วันพฤหัสบดี, 29 กรกฎาคม 2564

(คลิป) เชียงใหม่ เร่งปลดล็อค ให้นักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ เรียนรู้นวัตรกรรม ทวิ/พหุภาษ อ่านออกภาษาแม่และท้องถิ่นได้

Spread the love

จังหวัดเชียงใหม่จัดงาน “นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แนวทางทวิ/พหุภาษา (โดยใช้ภาษาแม่เป็นฐาน) และข้อเสนอการปรับปรุงแก้ไขระเบียบ หลักเกณฑ์และแนวการปฏิบัติเกี่ยวกับงานบริหารบุคคล (ปลดล็อค) เพื่อให้เอื้อต่อการใช้นวัตกรรม”

วันที่ 26 มี.ค. 64 ที่โรงแรมคุ้มภูคำ จังหวัดเชียงใหม่ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเกิดงาน “นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แนวทางทวิ/พหุภาษา (โดยใช้ภาษแม่เป็นฐาน) และข้อเสนอการปรับปรุงแก้ไขระเบียบ หลักเกณฑ์และแนวการปฏิบัติเกี่ยวกับงานบริหารบุคคล (ปลดล็อค) เพื่อให้เอื้อต่อการใช้นวัตกรรม” ที่จัดขึ้นโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นการรายงานผล แลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญหาและแนวทางแก้ไข ในพัฒนาคุณภาพการศึกษา คุณภาพเด็กและเยาวชนในพื้นที่ทุรกันดารขาดแคลน โดยใช้ระบบทวิ/พหุภาษา (โดยใช้ภาษแม่เป็นฐาน)

โดยที่ผ่านมา หน่วยงานด้านการศึกษาโดยเฉพาะในพื้นที่ทุรกันดารขาดแคลน รวมทั้งมีหลายชาติพันธุ์อาศัยอยู่รวมกัน จะมีปัญหาในด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา คุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่จากการใช้ภาษาที่ใช้สื่อสาร ทำให้เด็กมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ และไม่อยากเรียน เกิดปัญหาตามมาอีกหลายประการ ดังนั้น หน่วยงานด้านการศึกษาของจังหวัดเชียงใหม่ อาทิ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 3-6 ฯลฯ จึงร่วมมือกันในการนำนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ใช้สองภาษาหรือหลายภาษาควบคู่กัน หรือที่เรียกว่า ทวิ/พหุภาษา (โดยใช้ภาษแม่เป็นฐาน) ขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ในปีการศึกษา 2562 มีโรงเรียนนำร่องจำนวน 16 โรงเรียน และจากการดำเนินการที่ผ่านมาพบว่า การพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้ผลเป็นอย่างดี เด็กมีความกล้าที่จะสื่อสารกับครู กล้าแสดงออก ไม่ขาดเรียน อ่านออกเขียนได้ทั้งภาษาไทยและภาษาถิ่น มีทักษะการคิดสูงขึ้น รักการอ่าน และให้ความร่วมมือในการเรียน ทำให้โรงเรียนที่ใช้ระบบนี้หลายโรงเรียนสามารถยกระดับผลสัมฤทธิ์ให้สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด หรือยกระดับผลการประเมินการอ่าน (RT) จากระดับต่ำมากขึ้นไปอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของระดับประเทศได้ ซึ่งจากผลสัฤทธิ์ดังกล่าว จึงได้มีการขยายผลการใช้นวัตกรรมดังกล่าวใน ปีการศึกษา 2563 รวมเป็น 27 โรงเรียน แบ่งเป็นโรงเรียนทวิ/พหุภาษาเต็มรูปแบบ 15 โรงเรียน โรงเรียนที่สอนภาษไทยสำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ 5 โรงเรียน โรงเรียนทวิ/พหุภาษากึ่งรูป (ไม่มีตัวเขียน) 3 โรงเรียน และโรงเรียนทวิ/พหุภาษากึ่งรูป (มีตัวเขียน) 1 โรงเรียน โดยมีการการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนให้หลากหลายมากขึ้น เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่

ในการจัดงานครั้งนี้ ได้มีการนำเสนอผลสัมฤทธิ์ของการการดำเนินการดังกล่าว และได้มีการเสนอแนวทางแก้ไข ปรับปรุงระเบียบ หลักเกณฑ์และแนวการปฏิบัติเกี่ยวกับงานบริหารบุคคล (ปลดล็อค) เพื่อให้เอื้อต่อการใช้นวัตกรรม เพื่อให้โรงเรียนที่อยู่ในโครงการดังกล่าวใช้ครูท้องถิ่นผสมผสานกับครูที่ใช้ภาษาไทยในการเรียนการสอน รวมทั้งการพัฒนาครูท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เอื้อต่อการใช้นวัตกรรมตามแนวทางที่วางไว้ สอดคล้องกับพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” อย่างแท้จริง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
กองกำลังผาเมืองยึดฝิ่นดิบพื้นที่แม่อาย ได้ 64 กก. เตรียมขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้อง
แรงงานเก็บลำไยต้องขึ้นทะเบียนให้เสร็จภายใน 1 ส.ค. 64 ต้องตรวจหาเชื้อโควิดทุกคน
มทร.ล้านนา ส่งเสริม “ห้อม” ชนเผ่าลาหู่ซี อำเภอพร้าว สู่อาชีพที่ยั่งยืน
เชียงดาว ระดมกวาดล้างอาชญากรรม บ่อนพนัน และยาเสพติดในพื้นที่
เมียติดโควิดอยู่ต่างประเทศ หนุ่มเชียงใหม่อารมณ์เปลี่ยว ขโมยชุดชั้นในมาสำเร็จความใคร่
ร้องเรียน “ร้านปิ้งย่าง” ย่านแม่ริม เปิดให้เล่นสนุ๊กเกอร์ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน ศปอ.แม่ริม ตรวจสอบกำชับให้เข้มปฏิบัติตามคำสั่งฯ จ.เชียงใหม่