วันอาทิตย์, 28 กุมภาพันธ์ 2564

(คลิป) ตำรวจภาค 5 รวบสี่หนุ่มทำแอปพลิเคชั่นธนาคารปลอม หลอกเอารหัสลับ OTP ผู้เสียหายกว่า 21 ราย

Spread the love

ตำรวจภาค 5 รวบสี่หนุ่มทำแอปพลิเคชั่นธนาคารปลอม หลอกเอารหัสลับ OTP ผู้เสียหายกว่า 21 ราย

วันที่ 25 ม.ค. 64 ที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 (ศปอส.ภ.5) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.5 พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5, พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบก.สส.ภ.5, พ.ต.อ.เจษฎา จุโฑปะมา ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.5 ได้ร่วมกันแถลงข่าว ผลการจับกุมตัว นายเป่าฉาง แซ่หลู่ อายุ 23 ปี บ้านอยู่ หมู่ที่ 5 ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.33/2564 ลงวันที่ 8 มกราคม 2564 , นาย ยู เชา เหว่ย (YU CHAO WEI) อายุ 36 ปี สัญชาติไต้หวัน ตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.34/2564 ลงวันที่ 8 มกราคม 2564 , นายวราวุธ ปามือ อายุ 20 ปี บ้านอยู่หมู่ที่ 6 ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1908/2563 ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2563 และ นายพรสวรรค์ ไพรสีเขียว อายุ 19 ปี บ้านอยู่หมู่ที่ 6 ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1912/2563 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2563 จับกุมในข้อกล่าวหา “ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น”

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. สืบสวน ปรามปราบ อาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งพบว่าปัจจุบันมีผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงเอาข้อมูลทางการเงินไปลงแอพพลิเคชั่น (SCB EASY) แล้วโอนเงินของผู้เสียหายออกจากบัญชีธนาคารเป็นจำนวนมาก พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร./ ผอ.ศปอส.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ประจวบ วงค์สุข ผบช.ภ.5 สืบสวนติดตามกลุ่มคนร้ายดังกล่าว ต่อมา พล.ต.ท.ประจวบ วงค์สุข ผบช.ภ.5 จึงได้มอบหมายให้ ศปอส.ภ.5 สืบสวนติดตามกลุ่มคนร้ายที่ได้ตระเวนถอนเงินในพื้นที่ของตำรวจภูธรภาค 5 ซึ่งทาง ศปอส.ภ.5 ร่วมกับ สน.สายไหม

ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทำการสืบสวน ติดตามกลุ่มคนร้าย จนทราบพฤติการณ์ของคนร้ายกลุ่มนี้ว่ามีการส่งข้อความ (SMS) ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตเข้าไปที่หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ซึ่งข้อความดังกล่าวจะมีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อว่าเป็นข้อความมาจากธนาคารไทยพาณิชย์และให้ประชาชนกดเข้าไปเพื่ออัปเกรดแอพพลิเคชั่นโอนเงินออนไลน์ เมื่อผู้เสียหายกดเข้าไปที่ลิงค์จะปรากฏหน้าเว็บไซต์ที่มีลักษณะให้กรอกข้อมูลส่วนตัว, ข้อมูลทางการเงิน และรหัสผ่านแอพพลิเคชั่น จากนั้นกลุ่มคนร้ายจะนำข้อมูลของผู้เสียหายไปทำการลงทะเบียนแอพพลิเคชั่น SCB Easy อีกอัน ระหว่างนั้นจะมีข้อความรหัสรักษาความปลอดภัย OTP ของธนาคารแจ้งไปยังเครื่องผู้เสียหาย เพื่อยืนยันว่าต้องการลงแอพพลิเคชั่นใหม่หรือเพิ่มอีก 1 อัน ซึ่งหากผู้เสียหายไม่ได้อ่านข้อความหรือดูให้แน่ใจ หลงเชื่อนำรหัส OTP ดังกล่าวไปกรอกที่หน้าเว็บไซต์ที่คนร้ายทำไว้ เพราะเข้าใจว่าเป็นกระบวนการอัปเกรดแอพพลิเคชั่นจริง จากนั้นคนร้ายจะสามารถใช้แอพพลิเคชั่นบัญชีธนาคารของผู้เสียหายได้ พร้อมกับรู้รหัสแอพพลิเคชั่น SCB Easy ของผู้เสียหายทุกอย่าง และทำการโอนเงินของผู้เสียหายออกจากบัญชี เพื่อส่งต่อให้กับผู้ร่วมขบวนการคนอื่นๆ ที่แบ่งหน้าที่กันทำ

 

ทางเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนจนทราบว่า คนร้ายในคดีนี้คือ นายวราวุธ เป็นราษฎรในพื้นที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน และนายพรสวรรรค์ เป็นราษฎรในพื้นที่ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายจับ จากนั้นก็ได้ติดตามหาตัว กระทั่งสามารถจับกุมตัวนายวราวุธ ได้ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ถนนวาคชสาร ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ส่วนนายพรสวรรค์ จับกุมตัวได้ที่ บริเวณลานจอดรถด้านหลัง สภ.ปางมะผ้า ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อจับกุมทั้งสองคนได้ก็ขยายผลไปถึงผู้ว่าจ้างอีก 2 คน คือ นายเป่าฉง แซ่หลู่ บ้านอยู่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมได้ที่บริเวณใกล้กับวัดสันจองปาย หมู่ 8 ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน และนาย ยู เชา เหว่ย (YU CHAO WEI) สัญชาติไต้หวัน จับกุมได้บริเวณถนนแม่มาลัย-ปาย ต.แม่มาลัย อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

ภายหลังจับกุม นายเป่าฉางฯ ให้การรับสารภาพว่า ได้รับว่าจ้างจากนาย ยู เชา เหว่ย ให้จัดหาบัญชีธนาคารมารับโอนเงิน และหาคนถอนเงินสด เพื่อจะนำเงินมาให้นาย ยู เชา เหว่ย โดยได้รับค่าจ้าง 10 % ส่วน นาย ยู เชา เหว่ย ให้การรับสารภาพว่าได้รับคำสั่งจากหัวหน้าชาวไต้หวัน ให้ประสานหาบัญชีธนาคารและหาคนถอนเงิน เพื่อนำเงินส่งต่อกลับไปยังหัวหน้าชาวไต้หวัน ที่อยู่ประเทศไต้หวัน และนาย ยู เชา เหว่ย ได้รับค่าจ้าง 10 % จากเงินที่ถอนมาได้ โดยเริ่มทำตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย. 63 – ปัจจุบัน มีผู้เสียหาย ทั่วประเทศ จำนวน 21 ราย มูลค่าความเสียหาย ประมาณ 429,180 บาท ในส่วนของพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 5 มีผู้เสียหายร้องทุกข์ จำนวน 2 คดี คือ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ และ สภ.บ้านดู่ จ.เชียงราย นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมที่ใส่ชุดคล้ายกับชุดปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีบัตรอ้างว่าเป็นสื่อของตำรวจด้วย ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่เสื่อมเสียต่อเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการขยายผลและดำเนินการออกหมายจับชาวบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป ในขณะที่จากการตรวจสอบ พบว่า นาย ยู เชา เหว่ย ยังมีความสัมพันธ์กับกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ประเทศกัมพูชา เมื่อปี 2560 ซึ่งจะได้ตรวจสอบส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ตำรวจภูธรภาค 5 ขอเตือนประชาชนให้ระวังการโทรศัพท์สอบถามรหัส OTP ของแอพพลิเคชั่นต่างๆ โดยมีข้อสังเกต ดังนี้

  1. ขอประชาสัมพันธ์ฝากสื่อมวลชนและประชาชนว่าสิ่งสำคัญของดิจิตอลแบงค์กิ้ง ประชาชนต้องไม่ควรให้รหัส OTP กับคนที่ไม่รู้จักหรือคนที่โทรมาถามทางโทรศัพท์ไม่ว่าจะอ้างเป็นผู้ใดก็แล้วแต่ ธนาคารทุกธนาคารไม่มีนโยบายที่จะขอ OTP ที่ส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของท่าน
  2. ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นวันเดือนปีเกิด เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรเครดิตลงในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบข้อความ หรือรูปภาพ
  3. ระมัดระวังการทำธุรกรรมเกี่ยวกับการเงินต่างๆ เช่น การกรอกข้อมูลส่วนตัวผ่านทางเว็ปลิ้ง ที่อ้างเป็นธนาคาร และการมอบสมุดบัญชีพร้อมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้อื่น หรือผู้ปล่อยเงินกู้ ตามเพจต่างๆ ที่ให้เงินกู้ออนไลน์
  4. อย่าเปิดบัญชีให้บุคคลอื่นใช้ หรือรับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร อาจจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ เพราะจำถูกนำเอาบัญชีไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายได้
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
นายอำเภอแม่แจ่ม ให้กำลังใจครอบครัวน้องเบอรี่ ส่งนางฟ้า ดับไฟป่าขึ้นสวรรค์ เป็นลมเสียชีวิต ขณะช่วยทำแนวกันไฟ
สุดยอด สองหนุ่มพี่น้อง สร้างชื่อให้แก่ชาวเชียงใหม่ ในเวทีแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิก เป็นของขวัญในปีใหม่ไทยและปีใหม่จีน
(คลิป) ชาวดอยหล่อเฮ ชลประทานมองสถานีสูบน้ำไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านม่อนฤาษี แก้แล้ง 1,900 ไร่
ปปส.ภ. 5 ปิดล้อมค้นเป้าหมายยาพื้นที่เชียงใหม่ และเชียงราย จับ 9 ราย ยึดทรัพย์กว่า 13 ล้านบาท
(คลิป) เชียงใหม่ กองทัพภาคที่ 3 Kick off กิจกรรมราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ป้องกันไฟป่า 17 จังหวัดภาคเหนือ
เชียงใหม่ ปลดล็อคให้ร้านอาหารและเครื่องดื่มเปิดได้ไม่กำหนดเวลาขาย สั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั่งกินได้ไม่เกิน 4 ทุ่ม