
จังหวัดเชียงใหม่ ย้ำ!! ช่วงยี่เป็ง ปล่อยโคมลอยได้เฉพาะพื้นที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ฝ่าฝืน มีโทษทั้งจำทั้งปรับและต้องเป็นโคมที่ผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน เบื้องต้นมีพื้นที่ขออนุญาตแล้ว 8 อำเภอ โคมลอยกว่า 4 หมื่นดวง
ที่ห้องปฏิบัติการ POC ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานแถลงมาตรการเพื่อความปลอดภัยในการปล่อยโคมลอยในช่วงประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2566 โดยมี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลง
สำหรับปีนี้จังหวัดเชียงใหม่ได้กำหนดวันและเวลาปล่อยโคม รวมถึงลักษณะของโคม และพื้นที่ปล่อยโคมอย่างชัดเจน โดยสามาถทำการปล่อยโคมได้เพียง 2 วันเท่านั้น คือ วันที่ 27 และ 28 พฤศจิกายน 2566 โดยในวันที่ 27 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันลอยกระทงเล็ก จะอนุญาตให้ปล่อยโคมควันหรือว่าวฮมได้เฉพาะเวลา 10.00-12.00 น. ส่วนโคมลอยและโคมไฟ อนุญาตให้ปล่อยได้เฉพาะเวลา 19.00-01.00 น. ส่วนในวันที่ 28 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันแห่ขบวนกระทงใหญ่ กำหนดให้ปล่อยโคมลอยและโคมไฟได้เฉพาะเวลา 19.00-01.00 น. แต่ไม่อนุญาตให้ปล่อยโคมควันหรือว่าวฮม โดยเน้นย้ำว่า ต้องปล่อยในพื้นที่ที่มีการขออนุญาตแล้วเท่านั้น

ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ได้กำหนดพื้นที่ห้ามจุดและปล่อยโคมโดยเด็ดขาดใน 6 อำเภอ 39 ตำบล ประกอบด้วย อำเภอเมืองและอำเภอหางดง ทุกตำบล , อำเภอสารภี ในพื้นที่ตำบลขัวมุง ตำบลดอนแก้ว ตำบลสันทราย ตำบลท่าวังตาล และตำบลหนองผึ้ง , อำเภอสันทราย พื้นที่ตำบลหนองหาร , อำเภอแม่ริม พื้นที่ตำบลดอนแก้ว ตำบลเหมืองแก้ว ตำบลริมใต้ ตำบลแม่สา ตำบลริมเหนือ และอำเภอสันป่าตอง พื้นที่ตำบลทุ่งเสี้ยว ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ชุมชนและอยู่ในรัศมีของเครื่องบิน
สำหรับอำเภอและตำบลอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือพื้นที่ห้ามเด็ดขาด หากสถานที่ใดจะจัดให้มีการจุดและปล่อยโคมลอย จะต้องยื่นอนุญาตต่อนายอำเภอก่อนไม่น้อยกว่า 30 วัน หรือก่อนวันที่ 28 ตุลาคม 2566 โดยจะต้องทำสัญลักษณ์หรือสี เพื่อให้สะดวกในการติดตามหากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น พร้อมทั้ง ทำบันทึกข้อตกลงแสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหาย และเตรียมแผนรักษาความปลอดภัยรองรับ โดยขณะนี้มีอำเภอที่ขออนุญาตปล่อยโคมแล้ว 8 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอแม่แตง สันทราย แม่ออน ดอยหล่อ ดอยสะเก็ด แม่ริม สันป่าตอง และสันกำแพง และมีจำนวนโคมลอยที่ขออนุญาตปล่อยแล้ว รวมทั้งสิ้น 40,100 ดวง

นอกจากนี้ โคมลอยที่จะปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้าได้นั้น จะต้องเป็นโคมลอยที่ถูกต้องตามมาตรฐาน มผช.808/2552 คือ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ของกระทรวงอุตสาหกรรม คือ ต้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 90 เซนติเมตร สูงไม่เกิน 140 เซนติเมตร ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ ใช้กระดาษว่าวชนิดบาง มีปริมาณเชื้อเพลิงไม่เกิน 55 กรัม ใช้เวลาในการเผาไหม้ไม่เกิน 8 นาที ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสมกับระยะเวลาที่โคมลอยอยู่ในอากาศ และส่วนที่เป็นเชื้อเพลิงต้องยึดติดกับเชือกทนไฟหรือลวดอ่อน พร้อมระบุชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และคำเตือนติดกับตัวโคมลอยด้วย ที่สำคัญคือ ห้ามผูกพลุ ดอกไม้ไฟ ประทัดไปกับโคมในขณะปล่อยเด็ดขาด
ทั้งนี้ ผู้ที่ฝ่าฝืนการจุดและปล่อยโคมลอยโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งหากปล่อยโคมทำให้เกิดเพลิงไหม้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เรื่องมาใหม่
- (มีคลิป) คนเหนือช่วยแก้หนี้ Season 2 คึกคัก “แพรรี่ ไพรวัลย์” ร่วมฮีลใจ ชูจิตอาสาให้คำปรึกษาปลดหนี้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
- ตร.ไซเบอร์ 4 ช่วยเหยื่อจากเครือข่ายหลอกอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โทรหลอกโอนเงินเสียหายสูญเกือบ 2 ล้านบาท
- เปิดแล้ว “กว่า แหล่ โกม ครั้งที่ 5” วิ่งรับหมอก ชมเมืองแม่สะเรียง สัมผัสมนต์เสน่ห์งานออกหว่า สมัครด่วนก่อนเต็ม
- แม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ชายแดนแม่ฮ่องสอน ติดตามสถานการณ์ไทย-เมียนมา สร้างความมั่นใจให้ประชาชน
- (มีคลิป) เชียงใหม่เร่งปั้น “Wellness Hill – Wellness Hot-Spring” ดันเส้นทางท่องเที่ยวสุขภาพ สู่เมืองท่องเที่ยวมูลค่าสูง