วันอังคาร, 27 ตุลาคม 2563

ศาลเชียงใหม่สั่งประหาร 8 ผู้ต้องขนยาไอซ์ในพื้นที่แม่ริม

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 28 ส.ค. 63 ศาลจังหวัดเชียงใหม่นัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ ย 266/2563 และ ย 398/2563 ที่พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นโจทก์ฟ้องนายโยธิน หรือมอส หรือหมู (ขอสงวนนามสกุล) ที่ 1 นายพงษ์พัน หรือพัน หรือมาม่า (ขอสงวนนามสกุล) ที่ 2 นายวิโรจน์ หรือเต๋า (ขอสงวนนามสกุล) ที่ 3 นายธนวัฒน์ หรือบอล (ขอสงวนนามสกุล) ที่ 4 นายธนดล หรือแระ หรือบัง (ขอสงวนนามสกุล) ที่ 5 นายอิทธิพล หรือเบ๊นซ์ (ขอสงวนนามสกุล) ที่ 6 นายอาสนะ หรือเอ็ม หรือเคเค (ขอสงวนนามสกุล) ที่ 7 นางสาวณัฐจิตรา (ขอสงวนนามสกุล) ที่ 8 เป็นจำเลย ในฐานความผิดสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย คดีสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 เจ้าพนักงานตำรวจฝ่ายสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 ได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานตำรวจประจำด่านตรวจยาเสพติดสบปรบ อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง ว่าพบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีขาว หมายเลขทะเบียน 1 กน 3184 กรุงเทพมหานคร ผ่านด่านตรวจ จึงได้ตรวจค้นโดยจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคนขับรถและมีจำเลยที่ 2 นั่งโดยสารมาด้วยมีอาการพิรุธน่าสงสัย ระหว่างตรวจค้นได้มีรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กฉ 3904 กรุงเทพมหานคร และรถเก๋งยี่ห้อเอ็มจี หมายเลขทะเบียน 6 กอ 3489 กรุงเทพมหานคร ขับตามมาแล้วขับหลบหนีไป จึงได้แจ้งสกัดรถยนต์ทั้ง 2 คัน และพาตัวจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไปสอบถาม จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 รับว่า ทำหน้าที่ขับรถนำทางเพื่อตรวจสอบด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ให้กับรถยนต์อีก 2 คันที่ลำเลียงยาเสพติดจากจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อจะไปส่งที่กรุงเทพมหานคร จากนั้นเจ้าพนักงานตำรวจึงได้ตรวจสอบเส้นทางการเดินรถจากกล้องวงจรปิดอ่านทะเบียนอัตโนมัติพบว่ารถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว และรถยนต์ยี่ห้อเอ็มจี หมายเลขทะเบียน 6 กอ 3489 กรุงเทพมหานคร ขับย้อนกลับมาที่จังหวัดเชียงใหม่และเข้าพักที่โรงแรมลิตเติ้ลอินน์ ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจค้นโรงแรมลิตเติ้ลอินน์ และจับกุมนายวิโรจน์หรือเต๋า พีเกาะ จำเลยที่ 3 นายธนวัฒน์ หรือบอล จำเลยที่ 4 นายธนดล จำเลยที่ 5 และนายอิทธิพล จำเลยที่ 6 จากการตรวจค้นรถยนต์ยี่ห้อเอ็มจี หมายเลขทะเบียน 2 กฉ 3904 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดที่หน้าห้องพักภายในโรงแรมดังกล่าวพบยาไอซ์ 205 ถุง วางอยู่บริเวณเบาะหลังและบริเวณฝากระโปรงท้าย พบยาไอซ์อีก 295 ถุง นายวิโรจน์ กับพวกรับว่าได้รับจ้างขนยาเสพติดจากจังหวัดเชียงใหม่ไปส่งที่กรุงเทพมหานคร ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจสืบวนขยายผลจับกุมจำเลยที่ 7 และจำเลยที่ 8 ที่เป็นผู้ว่าจ้างให้นายวิโรจน์กับพวกขนยาเสพติดองกลาง 500 ถุง น้ำหนัก 495,382.680 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 480,669.814 กรัม

ในชั้นพิจารณาจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 จำเลยที่ 6 ถึงที่ 8 ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 5 ให้การปฏิเสธ

ในวันนี้ศาลจังหวัดเชียงใหม่พิพากษาว่าจำเลยทั้งแปด มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม(2) วรรคสาม พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 8 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งแปดเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แต่ละบทมีระวางโทษเท่ากันให้ลงโทษฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งแปด แม้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และจำเลยที่ 6 ถึง จำเลยที่ 8 ให้การรับสารภาพแต่พิเคราะห์การกระทำความผิดคดีนี้ ลักษณะการกระทำความผิดเป็นกระบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ โดยเมทแอมเฟตามีนของกลางมีจำนวนมากถึง 500 ถุง น้ำหนัก 495,382.680 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 480,669.814 กรัม หากมีการจำหน่ายไปจะส่งผลกระทบและสร้างปัญหาแก่สังคมและประเทศชาติอย่างมาก พฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรงจึงไม่ลดโทษให้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งแปดสถานเดียว และริบเมทแอมเฟตามีน รถยนต์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง