
สภ.แม่สะเรียง ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุเสมือนจริง กลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล
วันที่ 27 ธันวาคม 2566 โรงพยาบาลแม่สะเรียง ที่เกิดเหตุ “ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลแม่สะเรียง” ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรแม่สะเรียง ได้มีการซักซ้อมแผน การจำลองเหตุการณ์ “กรณีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาลแม่สะเรียง” โดยทาง พ.ต.อ.รัฐวิชญ์ วศินพงศ์ธนัช ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่สะเรียง ได้จัดซักซ้อมแผนเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกรณีเกิดสถานการณ์จริง

เหตุการณ์จำลอง เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศูนย์สื่อสาร สถานีตำรวจภูธรแม่สะเรียง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ประจำห้องฉุกเฉินว่า มีกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาท มารักษาตัวที่โรงพยาบาล ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และมีเพื่อนมาส่ง 3 คน ก่อความวุ่นวายในห้องฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลพยายามเข้าบอกกล่าวแต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือ จึงโทรแจ้ง 191 สายตรวจจึงเดินทางมาเพื่อควบคุมตัวกลุ่มวัยรุ่นออกจากห้องฉุกเฉิน บังเอิญ กลุ่มคู่อริมาเจอกันอีก ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทบริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน ของโรงพยาบาลฯ จึงได้มีการแจ้งขอกำลังสนับสนุนเพิ่มเติมเพื่อเข้าระงับเหตุ การทะเลาะวิวาทในครั้งนี้ จนสามารถควบคุมสถานการณ์และจับกุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้

ทั้งนี้ การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล เป็นการประสานความร่วมมือเพื่อให้ทราบถึงขั้นตอนวิธีการในการป้องกัน การระงับเหตุ การขอกำลังสนับสนุน การสั่งการ ส่งกำลังเข้าคลี่คลายสถานการณ์ได้รวดเร็ว และ สามารถระงับเหตุได้ทันท่วงที ตั้งแต่ขั้นตอนการแจ้งเหตุ ที่ เจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ โทรศัพท์แจ้งเหตุ 191 หรือ เบอร์โทรศัพท์สถานีตำรวจภูธร แม่สะเรียง 053-681308 และ ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กันผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงรักษาความปลอดภัยสถานที่และอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงการดูแลความปลอดภัยผู้ป่วยคู่กรณี ไปพื้นที่หลังห้องฉุกเฉิน จัดสถานที่สำหรับญาติ จำกัดการเข้าออก สำรวจกล้องวงจรปิด CCTV ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาต่อไป โดยการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีเยี่ยมจากเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายของทาง สภ.แม่สะเรียง และ บุคลากร รพ.แม่สะเรียง
สำหรับ การทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล ผิดกฎหมาย หากมีการทำลายทรัพย์สินที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ มีโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
Cr. สุกัลยา บัวงาม








เรื่องมาใหม่
- “รังสิมันต์ โรม” ลุยแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ศูนย์พักพิง ติดตามผู้หนีภัยกว่า 25,000 คน เร่งผลักดันสิทธิขั้นพื้นฐานและโอกาสในชีวิต
- ภูมิปัญญาชาติพันธุ์สู่ทางรอดไฟป่า มฟล.เผยโมเดลลดไฟป่าได้จริง สร้างรายได้ชุมชนยั่งยืน ลดจุดความร้อน 67%
- ไม่รอดสายตาเจ้าหน้าที่ ปกครองปายล้อมจับรถขนไม้ประดู่เถื่อน จับ 4 หนุ่ม พร้อมยึดยาบ้า-ขยายผลล่านายทุนเชียงใหม่
- “รังสิมันต์ โรม” นำทีม กมธ.กฎหมายฯ บุกปาย ลุยตรวจทุนจีนสีเทา-ยาเสพติดชายแดน
- (มีคลิป) รมช.คมนาคมลุยตรวจจุดเกิดเหตุอุโมงค์ดอยหลวง หลังคนงานเสียชีวิต 2 ราย หยุดงาน 2 สัปดาห์ คุมเข้มมาตรการความปลอดภัย