(คลิป) เชียงใหม่ กักตัวนักท่องเที่ยวกลับจากประเทศเสี่ยง 11 ราย พบป่วยแล้ว 2 ราย

เชียงใหม่ กักตัวนักท่องเที่ยวกลับจากประเทศเสี่ยง 11 ราย พบป่วยแล้ว 2 ราย ปล่อยไปกักตัวที่บ้าน 3 รายที่เหลือ อีก 6 รายอยู่ระหว่างตรวจสอบประวัติ ส่วนผีน้อยที่หลบหนีพบตัวแล้ว 8 ราย กักตัวอยู่บ้านมีเจ้าหน้าที่ควบคุมอย่างใกล้ชิด วอนสังคมอย่าไล่คนเหล่านี้ออกนอกชุมชนเพราะจะทำให้ควบคุมโรคได้ยาก

10 มี.ค. 63 : ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองแม่เหียะ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ดร.ทรงยศ คำชัย นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การเตรียมการป้องกันเรื่องไวรัสโควิด 19 ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ ได้ดำเนินการตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้กำหนดเรื่องมาตรการความปลอดภัย การควบคุมดูแลผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง โดยสถานการณ์ที่มีกลุ่มแรงงานที่ได้เดินทางมาจากประเทศเสี่ยง และได้หลบหนีนั้น ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ มีจำนวน 8 ราย ขณะนี้ได้ติดตามตัวเจอครบทั้งหมดแล้ว ขณะได้มอบหมายให้ทางสาธารณสุขตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลแล้ว ซึ่งทั้งหมดก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และกักตัวอยู่ภายในบ้าน 14 วัน ไม่ให้ออกไปข้างนอก มีการตรวจวัดไข้เป็นประจำทุกวัน หากพบว่ามีไข้ก็จะส่งต่อโรงพยาบาลที่ดูแลทันที

ดร.ทรงยศ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับพื้นที่ดูแลที่ทางรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขให้แต่ละจังหวัดจัดหาสถานที่กักตัว ในส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้ดำเนินการสรรหาไว้เรียบร้อยแล้ว โดยเบื้องต้นมี 2 แห่ง คือที่อาคารอเนกประสงค์ ภายในสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี แต่เนื่องจากกระแสของสังคมที่มองว่าไม่ปลอดภัย เพราะมีประชาชนไปออกกำลังกายภายในสนามกีฬาเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีโรงแรมที่อยู่ภายในสนามกีฬาด้วย ที่สำคัญก็เป็นเพียงโรงยิมโล่งๆ ไม่เหมาะสม ในจุดนี้ก็คาดว่าน่าจะไม่ได้ใช้เป็นสถานที่กักตัว

ส่วนจุดที่สองอยู่ในกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงใหม่ที่ 1 ซึ่งจุดนี้มีรั้วรอบขอบชิด มีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด และสามารถควบคุมเรื่องของจำนวนคนที่เข้าออก และคนมาเยี่ยมได้ คาดว่าสถานที่จุดนี้น่าจะเหมาะสมที่สุด แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอทางจังหวัดพิจารณาอีกครั้ง แต่ในช่วงนี้ได้ทดลองแล้ว จำนวน 2 วัน ซึ่งวันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวที่เดินทางกลับมาจากประเทศที่เสี่ยง จำนวน 5 ราย ทางเจ้าหน้าที่ได้ไปรับตัวด้วยรถขนส่งที่ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดเตรียมไว้ และนำตัวมาซักประวัติ ช่วงที่เดินทางมายังไม่มีอาการแสดงว่าเป็นไข้ ต่อมาได้พบว่า ในจำนวนนี้มีชาย 1 ราย และหญิง 1 ราย แสดงอาการมีไข้ จึงได้นำตัวส่งไปตรวจเช็คอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลนครพิงค์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และทราบว่าทั้งสองรายไปเที่ยวและได้เข้ารับการศัลยกรรมใบหน้า ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าอาการป่วยเกิดจากการที่ไปศัลยกรรมมา หรือเกิดจากไวรัสโควิด 19 ซึ่งยังอยู่ระหว่างการคัดกรอง สำหรับอีก 3 คนที่เหลือ เมื่อซักประวัติและให้ดูอาการแล้ว ก็พบว่าปกติไม่มีอาการไข้ จึงได้ให้เดินทางกลับไปกักตัวอยู่ที่บ้าน โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าไปดูแลเรื่องการกักตัวให้เป็นไปตามระเบียบ 14 วัน

ล่าสุดในวันนี้ ได้มีประชาชนที่เดินทางไปเที่ยวและกลับมาอีก 6 ราย ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้นำตัวมาที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงใหม่ที่ 1 เพื่อซักประวัติและรอดูอาการ มีการตรวจวัดไข้ด้วย เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีอาการป่วย แต่ต้องให้รอดูอาการสักระยะ หากพบว่าปกติก็จะอนุญาติให้กลับไปกักตัวอยู่บ้านได้ ทั้งนี้การกักตัวของคนที่เดินไปเที่ยวและกลับมา ไม่จำเป็นต้องกักตัวไว้ในส่วนที่จังหวัดดูแล เพราะถือว่าเขาไม่ได้แรงงานที่มาจากประเทศเสี่ยง หรือผีน้อยที่หลบหนี และที่สำคัญเขาได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการเข้ารับการตรวจคัดกรอง ก็ต้องให้สิทธิที่เขาสามารถไปกักตัวที่บ้านได้

นอกจากนี้อยากจะขอให้ประชาชนเข้าใจว่า การที่มีคนเดินทางมาจากประเทศที่เสี่ยง และทางชุมชน หรือคนในบ้านไม่ยอมให้คนเหล่านี้กลับเข้าชุมชน หมู่บ้าน หรือกลับบ้านตนเอง จะเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดการควบคุมดูแลที่ลำบาก เพราะคนเหล่านี้เขาถูกคัดกรองจากประเทศต้นทางมาแล้ว แต่ที่ต้องมากักตัวเพิ่มเติมอีก 14 วัน ก็เพราะเป็นไปตามระเบียบที่ต้องเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แต่หากทุกคนยังห้ามบุคคลเหล่านี้กลับบ้าน และเขาออกไปเที่ยวไปอยู่สถานที่ด้านนอก โดยเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ และดูแลไม่ได้ หากในจำนวนนี้เกิดอาการเจ็บป่วยจะทำให้เชื้อแพร่ระบาดไปในวงกว้าง แล้วจะควบคุมไม่ได้ ถึงตอนนั้นชุมชนที่ท่านห้ามก็อาจจะเกิดการแพร่เชื้อจากบุคคลอื่นเข้าไปแทน และเกิดการแพร่ระบาดในพื้นที่ถือว่าอันตรายมากยิ่งขึ้น จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจด้วยว่าเขาไม่ได้ป่วย แต่เป็นเพียงแค่ผู้ที่ต้องถูกคัดกรองและควบคุมระยะหนึ่งเท่านั้น หากพ้น 14 วัน ก็ถือว่าคนเหล่านี้ปกติเหมือนกับคนทั่วไปแล้ว