วันพฤหัสบดี, 16 เมษายน 2569

ชาวเชียงรายลุกขึ้น เครือข่ายประชาชนจี้รัฐบาลใหม่ “ปิดเหมือง-ยกเลิก MOU นำเข้าแร่” หลังพบสารพิษปนเปื้อน 4 ลุ่มน้ำใหญ่

ชาวเชียงรายลุกขึ้น เครือข่ายประชาชนจี้รัฐบาลใหม่ “ปิดเหมือง-ยกเลิก MOU นำเข้าแร่” หลังพบสารพิษปนเปื้อน 4 ลุ่มน้ำใหญ่

เชียงราย (7 มีนาคม 2569) – เครือข่ายสิทธิชุมชนเชียงราย (คสช.) พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง และสาละวิน กว่า 200 คน ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งแก้ไขวิกฤตการปนเปื้อนของสารโลหะหนักในลุ่มน้ำสำคัญทางภาคเหนือ หลังพบว่าการทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง

ประเด็นสำคัญของแถลงการณ์
ต้นตอปัญหา การปนเปื้อนโลหะหนักเกิดจากการทำเหมืองในประเทศเมียนมาร์ โดยประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านในการขนส่งแร่ไปยังประเทศจีนผ่านด่านชายแดนไทย

วิถี “ภัยเงียบ” ภาคประชาชนวิจารณ์ว่าตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลยึดติดกับเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยแบบเดิม โดยละเลยความเสี่ยงจากการสะสมของสารพิษในร่างกายในระยะยาว ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนที่บริโภคน้ำและอาหารในพื้นที่

ผลกระทบวงกว้าง ปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ลามไปถึงปัญหาสุขภาพ เศรษฐกิจ และความมั่นคงด้านทรัพยากรของประเทศ

ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูแม่น้ำและคุ้มครองสุขภาพประชาชน ทางเครือข่ายฯ มีข้อเสนอแนะดังนี้

  1. หยุดนำเข้าแร่ เร่งเจรจาปิดเหมืองและยกเลิก MOU การนำเข้าแร่ที่เป็นต้นเหตุของการปนเปื้อน
  2. มาตรการเยียวยา จัดตั้งมาตรการชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม
  3. การเฝ้าระวัง ยกระดับการตรวจสอบคุณภาพน้ำและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
  4. ความโปร่งใส รัฐบาลต้องสื่อสารข้อมูลด้านความปลอดภัยอย่างตรงไปตรงมา และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหา

“จีนได้แร่ เมียนมาร์-ว้า ได้เงิน ไทยได้พิษ” ข้อความส่วนหนึ่งจากแถลงการณ์เครือข่ายสิทธิชุมชนเชียงราย

เครือข่ายชุมชน เตรียมแสดงพลังวันแม่น้ำโลก 22 มีนาคม2569 ทำพิธีสืบชะตาแม่น้ำกก และยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลใหม่ในการแก่ไขปัญหาแม่น้ำกกต่อไป

แถลงการณ์ฉบับเต็ม “ปิดเหมือง ยกเลิกMOU หยุดนำเข้าแร่ ฟื้นฟูแม่น้ำ ฟื้นฟูชีวิต แม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน” คุ้มครองสุขภาพประชาชนจีนได้แร่ เมียนม่าร์ ว้า ได้เงิน ไทยได้พิษ

1 ปี 2 รัฐบาล ไม่เคยมุ่งมั่นต่อการแก้ปัญหาการปนเปื้อนสารโลหะหนักในลุ่มน้ำกก สาย รวก โขง และ สาละวิน ที่กำลังส่งผลกระทบต่อประชาชนประเทศไทยคือทางผ่านของการขนแร่จากประเทศเมียนมาร์ไปยังประเทศจีน ผ่านด่านชายแดนของไทยรัฐบาลไทยและหน่วยงานภาครัฐยังยึดติดกับเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยของสารโลหะหนักในสิ่งแวดล้อม โดยไม่ได้ให้ความสำคัญต่อความเสี่ยงจากการสะสมของสารพิษในร่างกายประชาชนจากการบริโภคน้ำและอาหารที่ปนเปื้อนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพในอนาคต

การปนเปื้อนสารโลหะหนักในแม่น้ำ เกิดจากต้นตอการทำเหมืองในประเทศเมียนมาร์ ส่งผลร้ายแรงข้ามพรมแดนสู่ประเทศไทย เพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชนและจัดการปัญหา จึงเสนอให้รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐ ปรับวิธีคิดในการจัดการปัญหา โดยยอมรับว่าสารพิษสะสมเป็น “ภัยเงียบ” ที่ส่งผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพประชาชนกำลังตายผ่อนส่ง เพราะเข้าไม่ถึงข้อมูลด้านความปลอดภัยในชีวิตอย่างโปร่งใส จากภาครัฐ

การปนเปื้อนสารโลหะหนักในลุ่มน้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่เป็นปัญหาด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางทรัพยากรของประเทศ การดำเนินการอย่างจริงจัง โปร่งใส และมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการปกป้องชีวิตและอนาคตของประชาชน

รัฐบาลใหม่ต้องแก้ปัญหาทันที เร่งเจรจา ปิดเหมือง ยกเลิกMOU หยุดนำเข้าแร่ เฝ้าระวังคุณภาพน้ำและสุขภาพ มีมาตรชดเชยเยียวผู้ได้รับผลกระทบ สื่อสารอย่างโปร่งใสและครบถ้วน “ภาคีเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน”

เรื่องมาใหม่
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
วัดสุพรรณรังษี (จองคำ) แม่สะเรียง ขอเชิญร่วมบุญ “สืบชะตาหลวงประจำปี” เสริมสิริมงคลรับสงกรานต์ 2569
ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน สรงน้ำ “หลวงพ่อเพชร” เสริมสิริมงคลสงกรานต์ พร้อมตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชน อ.แม่ลาน้อย
รุกคืบ อช.สาละวิน เปิด “ยุทธการดับไฟป่า 2569” ผนึกกำลังทุกภาคส่วน คุมเข้มลด PM2.5
เปิดยุทธการ “เหยี่ยวไฟ” แม่ฮ่องสอน ส่งกำลังรบทางอากาศ–ภาคพื้น ลุยดับไฟป่าภูเขาสูง คุมไฟ 50 ไร่สำเร็จ
ผอ.ทสจ.แม่ฮ่องสอน เสริมทัพ “เหยี่ยวไฟ” 40 นาย ลุยดับไฟป่าแม่ฮ่องสอน ใช้โดรนล่าจุดความร้อน สกัดฝุ่น PM2.5
สบอ.16 แม่สะเรียง พบนางอายบาดเจ็บกลางชุมชน เร่งช่วยเหลือส่งฟื้นฟู วอนประชาชนแจ้งด่วน 1362