วันพุธ, 4 พฤศจิกายน 2569

ชาวเชียงรายลุกขึ้น เครือข่ายประชาชนจี้รัฐบาลใหม่ “ปิดเหมือง-ยกเลิก MOU นำเข้าแร่” หลังพบสารพิษปนเปื้อน 4 ลุ่มน้ำใหญ่

ชาวเชียงรายลุกขึ้น เครือข่ายประชาชนจี้รัฐบาลใหม่ “ปิดเหมือง-ยกเลิก MOU นำเข้าแร่” หลังพบสารพิษปนเปื้อน 4 ลุ่มน้ำใหญ่

เชียงราย (7 มีนาคม 2569) – เครือข่ายสิทธิชุมชนเชียงราย (คสช.) พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง และสาละวิน กว่า 200 คน ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งแก้ไขวิกฤตการปนเปื้อนของสารโลหะหนักในลุ่มน้ำสำคัญทางภาคเหนือ หลังพบว่าการทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง

ประเด็นสำคัญของแถลงการณ์
ต้นตอปัญหา การปนเปื้อนโลหะหนักเกิดจากการทำเหมืองในประเทศเมียนมาร์ โดยประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านในการขนส่งแร่ไปยังประเทศจีนผ่านด่านชายแดนไทย

วิถี “ภัยเงียบ” ภาคประชาชนวิจารณ์ว่าตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลยึดติดกับเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยแบบเดิม โดยละเลยความเสี่ยงจากการสะสมของสารพิษในร่างกายในระยะยาว ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนที่บริโภคน้ำและอาหารในพื้นที่

ผลกระทบวงกว้าง ปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ลามไปถึงปัญหาสุขภาพ เศรษฐกิจ และความมั่นคงด้านทรัพยากรของประเทศ

ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูแม่น้ำและคุ้มครองสุขภาพประชาชน ทางเครือข่ายฯ มีข้อเสนอแนะดังนี้

  1. หยุดนำเข้าแร่ เร่งเจรจาปิดเหมืองและยกเลิก MOU การนำเข้าแร่ที่เป็นต้นเหตุของการปนเปื้อน
  2. มาตรการเยียวยา จัดตั้งมาตรการชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม
  3. การเฝ้าระวัง ยกระดับการตรวจสอบคุณภาพน้ำและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
  4. ความโปร่งใส รัฐบาลต้องสื่อสารข้อมูลด้านความปลอดภัยอย่างตรงไปตรงมา และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหา

“จีนได้แร่ เมียนมาร์-ว้า ได้เงิน ไทยได้พิษ” ข้อความส่วนหนึ่งจากแถลงการณ์เครือข่ายสิทธิชุมชนเชียงราย

เครือข่ายชุมชน เตรียมแสดงพลังวันแม่น้ำโลก 22 มีนาคม2569 ทำพิธีสืบชะตาแม่น้ำกก และยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลใหม่ในการแก่ไขปัญหาแม่น้ำกกต่อไป

แถลงการณ์ฉบับเต็ม “ปิดเหมือง ยกเลิกMOU หยุดนำเข้าแร่ ฟื้นฟูแม่น้ำ ฟื้นฟูชีวิต แม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน” คุ้มครองสุขภาพประชาชนจีนได้แร่ เมียนม่าร์ ว้า ได้เงิน ไทยได้พิษ

1 ปี 2 รัฐบาล ไม่เคยมุ่งมั่นต่อการแก้ปัญหาการปนเปื้อนสารโลหะหนักในลุ่มน้ำกก สาย รวก โขง และ สาละวิน ที่กำลังส่งผลกระทบต่อประชาชนประเทศไทยคือทางผ่านของการขนแร่จากประเทศเมียนมาร์ไปยังประเทศจีน ผ่านด่านชายแดนของไทยรัฐบาลไทยและหน่วยงานภาครัฐยังยึดติดกับเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยของสารโลหะหนักในสิ่งแวดล้อม โดยไม่ได้ให้ความสำคัญต่อความเสี่ยงจากการสะสมของสารพิษในร่างกายประชาชนจากการบริโภคน้ำและอาหารที่ปนเปื้อนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพในอนาคต

การปนเปื้อนสารโลหะหนักในแม่น้ำ เกิดจากต้นตอการทำเหมืองในประเทศเมียนมาร์ ส่งผลร้ายแรงข้ามพรมแดนสู่ประเทศไทย เพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชนและจัดการปัญหา จึงเสนอให้รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐ ปรับวิธีคิดในการจัดการปัญหา โดยยอมรับว่าสารพิษสะสมเป็น “ภัยเงียบ” ที่ส่งผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพประชาชนกำลังตายผ่อนส่ง เพราะเข้าไม่ถึงข้อมูลด้านความปลอดภัยในชีวิตอย่างโปร่งใส จากภาครัฐ

การปนเปื้อนสารโลหะหนักในลุ่มน้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่เป็นปัญหาด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางทรัพยากรของประเทศ การดำเนินการอย่างจริงจัง โปร่งใส และมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการปกป้องชีวิตและอนาคตของประชาชน

รัฐบาลใหม่ต้องแก้ปัญหาทันที เร่งเจรจา ปิดเหมือง ยกเลิกMOU หยุดนำเข้าแร่ เฝ้าระวังคุณภาพน้ำและสุขภาพ มีมาตรชดเชยเยียวผู้ได้รับผลกระทบ สื่อสารอย่างโปร่งใสและครบถ้วน “ภาคีเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน”

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ตระการตา โคมลอย 2,000 ลูกส่องฟ้าแม่สะเรียง “มหกรรมโคมลอยแห่งศรัทธา” ยกระดับงานออกหว่าโกอินเตอร์
“กว่าแหล่โกม” ครั้งที่ 5 คึกคัก นักวิ่งกว่า 1,000 ชีวิตร่วมสนาม กระตุ้นท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมรับงานออกหว่าแม่สะเรียง
แม่ฮ่องสอนขยายผลคดีไม้ประดู่ แกะรอยมือถือผู้ต้องหา พบจุดแปรรูปไม้ในป่าสงวนฯ 2 แห่ง
อุทยานฯ สาละวินเอาจริง รวบ 2 ราย ลอบใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าจับสัตว์น้ำ ยึดปลากั้ง 3 กก. ปูจาย 1 กก. ส่งดำเนินคดี
ดื่มน้ำสาบานยุติข้อพิพาท นายอำเภอสบเมยลงพื้นที่บ้านห้วยเหี๊ยะ ยืนยัน 7 ครอบครัวมีสิทธิอยู่ต่อ คืนความเป็นธรรมให้ชุมชน
บ้านรักไทยคึกคัก เปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ฉลอง 60 ปี โคมไฟจีน 2,500 ดวง นักท่องเที่ยวแห่ร่วมงานคืนเดียวทะลุหมื่นคน