
ชาวเชียงรายลุกขึ้น เครือข่ายประชาชนจี้รัฐบาลใหม่ “ปิดเหมือง-ยกเลิก MOU นำเข้าแร่” หลังพบสารพิษปนเปื้อน 4 ลุ่มน้ำใหญ่
เชียงราย (7 มีนาคม 2569) – เครือข่ายสิทธิชุมชนเชียงราย (คสช.) พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง และสาละวิน กว่า 200 คน ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งแก้ไขวิกฤตการปนเปื้อนของสารโลหะหนักในลุ่มน้ำสำคัญทางภาคเหนือ หลังพบว่าการทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง
ประเด็นสำคัญของแถลงการณ์
ต้นตอปัญหา การปนเปื้อนโลหะหนักเกิดจากการทำเหมืองในประเทศเมียนมาร์ โดยประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านในการขนส่งแร่ไปยังประเทศจีนผ่านด่านชายแดนไทย
วิถี “ภัยเงียบ” ภาคประชาชนวิจารณ์ว่าตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลยึดติดกับเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยแบบเดิม โดยละเลยความเสี่ยงจากการสะสมของสารพิษในร่างกายในระยะยาว ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนที่บริโภคน้ำและอาหารในพื้นที่
ผลกระทบวงกว้าง ปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ลามไปถึงปัญหาสุขภาพ เศรษฐกิจ และความมั่นคงด้านทรัพยากรของประเทศ
ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูแม่น้ำและคุ้มครองสุขภาพประชาชน ทางเครือข่ายฯ มีข้อเสนอแนะดังนี้
- หยุดนำเข้าแร่ เร่งเจรจาปิดเหมืองและยกเลิก MOU การนำเข้าแร่ที่เป็นต้นเหตุของการปนเปื้อน
- มาตรการเยียวยา จัดตั้งมาตรการชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม
- การเฝ้าระวัง ยกระดับการตรวจสอบคุณภาพน้ำและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
- ความโปร่งใส รัฐบาลต้องสื่อสารข้อมูลด้านความปลอดภัยอย่างตรงไปตรงมา และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหา

“จีนได้แร่ เมียนมาร์-ว้า ได้เงิน ไทยได้พิษ” ข้อความส่วนหนึ่งจากแถลงการณ์เครือข่ายสิทธิชุมชนเชียงราย
เครือข่ายชุมชน เตรียมแสดงพลังวันแม่น้ำโลก 22 มีนาคม2569 ทำพิธีสืบชะตาแม่น้ำกก และยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลใหม่ในการแก่ไขปัญหาแม่น้ำกกต่อไป
แถลงการณ์ฉบับเต็ม “ปิดเหมือง ยกเลิกMOU หยุดนำเข้าแร่ ฟื้นฟูแม่น้ำ ฟื้นฟูชีวิต แม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน” คุ้มครองสุขภาพประชาชนจีนได้แร่ เมียนม่าร์ ว้า ได้เงิน ไทยได้พิษ
1 ปี 2 รัฐบาล ไม่เคยมุ่งมั่นต่อการแก้ปัญหาการปนเปื้อนสารโลหะหนักในลุ่มน้ำกก สาย รวก โขง และ สาละวิน ที่กำลังส่งผลกระทบต่อประชาชนประเทศไทยคือทางผ่านของการขนแร่จากประเทศเมียนมาร์ไปยังประเทศจีน ผ่านด่านชายแดนของไทยรัฐบาลไทยและหน่วยงานภาครัฐยังยึดติดกับเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยของสารโลหะหนักในสิ่งแวดล้อม โดยไม่ได้ให้ความสำคัญต่อความเสี่ยงจากการสะสมของสารพิษในร่างกายประชาชนจากการบริโภคน้ำและอาหารที่ปนเปื้อนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพในอนาคต
การปนเปื้อนสารโลหะหนักในแม่น้ำ เกิดจากต้นตอการทำเหมืองในประเทศเมียนมาร์ ส่งผลร้ายแรงข้ามพรมแดนสู่ประเทศไทย เพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชนและจัดการปัญหา จึงเสนอให้รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐ ปรับวิธีคิดในการจัดการปัญหา โดยยอมรับว่าสารพิษสะสมเป็น “ภัยเงียบ” ที่ส่งผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพประชาชนกำลังตายผ่อนส่ง เพราะเข้าไม่ถึงข้อมูลด้านความปลอดภัยในชีวิตอย่างโปร่งใส จากภาครัฐ
การปนเปื้อนสารโลหะหนักในลุ่มน้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่เป็นปัญหาด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางทรัพยากรของประเทศ การดำเนินการอย่างจริงจัง โปร่งใส และมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการปกป้องชีวิตและอนาคตของประชาชน
รัฐบาลใหม่ต้องแก้ปัญหาทันที เร่งเจรจา ปิดเหมือง ยกเลิกMOU หยุดนำเข้าแร่ เฝ้าระวังคุณภาพน้ำและสุขภาพ มีมาตรชดเชยเยียวผู้ได้รับผลกระทบ สื่อสารอย่างโปร่งใสและครบถ้วน “ภาคีเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน”
เรื่องมาใหม่
- (มีคลิป) คนเหนือช่วยแก้หนี้ Season 2 คึกคัก “แพรรี่ ไพรวัลย์” ร่วมฮีลใจ ชูจิตอาสาให้คำปรึกษาปลดหนี้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
- ตร.ไซเบอร์ 4 ช่วยเหยื่อจากเครือข่ายหลอกอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โทรหลอกโอนเงินเสียหายสูญเกือบ 2 ล้านบาท
- เปิดแล้ว “กว่า แหล่ โกม ครั้งที่ 5” วิ่งรับหมอก ชมเมืองแม่สะเรียง สัมผัสมนต์เสน่ห์งานออกหว่า สมัครด่วนก่อนเต็ม
- แม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ชายแดนแม่ฮ่องสอน ติดตามสถานการณ์ไทย-เมียนมา สร้างความมั่นใจให้ประชาชน
- (มีคลิป) เชียงใหม่เร่งปั้น “Wellness Hill – Wellness Hot-Spring” ดันเส้นทางท่องเที่ยวสุขภาพ สู่เมืองท่องเที่ยวมูลค่าสูง





