เชียงใหม่ เปิดประตู “วังท่าเจดีย์กิ่ว” อบจ.เชียงใหม่ ชุบชีวิต “คุ้มหลวง 112 ปี” คุ้มลับบ้านพักเจ้าดารารัศมีริมน้ำปิงที่เคยปิดตายสู่กงสุลอเมริกาที่คนห้ามเข้า เปิดให้เข้าชมเพื่อฟื้นหัวใจเมืองเก่า สู่พื้นที่เรียนรู้และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของชุมชน
วันที่ 20 มิ.ย. 69 ที่วังท่าเจดีย์กิ่ว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ (สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่เดิม) นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานเสวนา “ฟื้นใจบ้าน ฟื้นใจย่าน ฟื้นชีวิตเมือง” ภายใต้แนวคิด “เปิดบ้านเรียนรู้ เชื่อมผู้คน ฟื้นฟูย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์” (Opening Learning Houses,Connecting People, Revitailzing Craft Districts) ในพื้นที่ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจาร์ ครนพพร พัชรประกิติ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา, ดร.อัคค์สัจจา ดวงสุภาสิญจ์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์สัมพันธ์ มทร.ล้านนา, รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการ ฝ่ายแผนงานและยุทธศาสตร์องค์กร หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และภาคีเครือข่ายร่วมกันจัดขึ้น ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก

นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า เมื่อเราพูดถึงเมืองเชียงใหม่ สิ่งที่เป็นหัวใจและเสน่ห์ที่ไม่มีใครเหมือน คือ “ย่านเก่า” ซึ่งเปรียบเสมือนสมุดบันทึกเล่มใหญ่ที่รวบรวมประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิตดั้งเดิม และความทรงจำร่วมของชุมชนเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “วังท่าเจดีย์กิ่ว” หรือที่เราคุ้นเคยในฐานะอดีตสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งในปีนี้มีอายุครบ 112 ปี ถือเป็นพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรม (Heritage) ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงอดีตสู่ปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงและเติบโตของเมืองในปัจจุบัน ย่านเก่าหลายแห่งกำลังเผชิญกับความท้าทาย ทั้งในด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินและโครงสร้างชุมชนที่เปลี่ยนไป ซึ่งหากเราปล่อยให้คุณค่าเหล่านี้เลือนหายไปตามกาลเวลา ก็นับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายยิ่ง
การจัดงานเสวนาในวันนี้ ภายใต้ โครงการโปรแกรมบ่มเพาะและเร่งรัดกระบวนการเพื่อมุ่งสู่เมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาด ระยะที่ 2 ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ตลอดจนภาคีท้องถิ่น ภาควิชาการ ภาครัฐ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จึงถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญและทันท่วงที ในการร่วมกันค้นหาแนวทาง หรือ Solution ที่เหมาะสม เพื่อขับเคลื่อนแนวคิด “ฟื้นใจย่าน” และ “เปิดย่าน”

การนำเครื่องมือด้านการพัฒนาเมืองมาปรับใช้อย่างสมดุลในวันนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อการอนุรักษ์ตึกเก่าหรือบ้านโบราณให้คงอยู่เท่านั้น แต่คือการ “คืนชีวิต” ให้พื้นที่มรดกเหล่านี้กลับมาโลดแล่น เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายรุ่น และต่อยอดสู่การเป็น “พื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และงานคราฟต์ของชุมชน” ที่สามารถสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างยั่งยืน
สำหรับงานเสวนาช่วงที่ 1 หัวข้อ “เล่าเรื่องบ้านเก่า คุ้มเจ้าเก่าสู่พื้นที่แห่งการเรียนรู้และพื้นที่สร้างสรรค์”ผู้ร่วมเสวนามประกอบด้วย เจ้าสุรีย์ ณ เชียงใหม่ เจ้านายฝ่ายเหนือ ผู้เคยสัมผัสกับคุ้มท่าเจดีย์กิ่ว ในช่วงวัยเด็ก, อาจารย์สนั่น ธรรมธิ นักวิชาการล้านนา, พล.ต.ต.อนุ เนินหาด ผู้เขียนหนังสือเรื่องเก่าล้านนาและ พ.ต.อ.นพคุณ กิตติการกุล ผู้เขียนบทความล้านนา
ส่วนการเสวนาช่วงที่ 2 หัวข้อ “การเปลี่ยนผ่านพื้นที่ Heritage สู่พื้นที่เศรษฐกิจ Craft ชุมชน”ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ไพโรจน์ วรพจน์พรชัย รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา, อาจารย์ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ และผู้ก่อตั้งโฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา,ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพพร พัชรประกิติ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาและ นายปรานต์ เทวภูชม CEO บริษัท PHM จำกัด โดยผู้ร่วมเสวนาได้แลกเปลี่ยนมุมมองและข้อคิดเห็นต่างๆ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ที่มารับฟังและเที่ยวชมงานจำนวนมาก

“วังท่าเจดีย์กิ่ว” อดีตคุ้มหลวงอายุ 112 ปี จากคุ้มเจ้าหลวงสู่บ้านกงสุล พ.ศ. 2457 เป็นจุดเริ่มต้นของวัง โดยเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์สุดท้าย ได้สร้างคุ้มแห่งนี้ขึ้น เพื่อถวายให้เป็นที่ประทับของ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี หลังจากที่พระองค์เสด็จกลับมาจากกรุงเทพฯ เพื่อมาอยู่เชียงใหม่เป็นการถาวร ต่อมาชาวบ้านเรียกวังนี้ว่า “คุ้มท่าเจดีย์กิ่ว” เพราะตัววังตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง ใกล้กับ เจดีย์กิ่ว (หรือเจดีย์ขาว) เจดีย์นี้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง “ลุงเปียง” วีรบุรุษผู้สละชีวิตดำน้ำเพื่อปกป้องเมืองเชียงใหม่ในอดีต จากนั้นได้กลายเป็นพื้นที่ปิด หลังจากพระราชชายาฯ ย้ายไปประทับที่อำเภอแม่ริม รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้มาเช่าตึกหลังนี้ เพื่อใช้เป็น สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่ แห่งแรกในภาคเหนือยาวนานกว่า 75 ปี ทำให้กลายเป็นพื้นที่ปิดที่คนนอกห้ามเข้า
ภายหลังจากสถานกงสุลสหรัฐฯ ย้ายที่ทำการแห่งใหม่ไปเมื่อต้นปี พ.ศ. 2569 พื้นที่ขนาด 8 ไร่นี้จึงถูกส่งคืนให้หลวง ทาง อบจ.เชียงใหม่ จึงเข้ามาบูรณะอาคารและสวนโดยรอบ เพื่อเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตภายในวังมีการจัดงานนิทรรศการ โดยแบ่งออกเป็น 3 ห้องสำคัญ ได้แก่ ห้องจัดแสดงพระรูปและเรื่องราว: เล่าเรื่องชีวิตในราชสำนักของเจ้าดารารัศมี , ห้องจำลองวิถีชีวิต: จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้โบราณและอาหารในวัง และ ห้องมรดกวัฒนธรรม: บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับดนตรี การฟ้อนรำ และผ้าไหมยกดอกของล้านนา


เรื่องมาใหม่
- เปิดเส้นทางบุญเมืองสามหมอก ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอนนำสายบุญไหว้ “พระธาตุสี่จอม–ครูบาผาผ่า” ตามรอยธรรม 3 ครูบา 9 พระธาตุ สัมผัสพลังศรัทธาแห่งล้านนา
- แม่ฮ่องสอนเฟ้นหา “ครูเปลี่ยนชีวิตศิษย์” ชิงรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 7 เชิดชูคนสร้างอนาคตชาติสู่เวทีโลก
- สลด อุปกรณ์ก่อสร้างอุโมงค์รถไฟดอยหลวง เชียงราย หล่นทับคนงาน ดับ 2 เจ็บสาหัส 2 กลางโครงการรถไฟเด่นชัย-เชียงราย
- ต้นไม้ยักษ์ขวางถนนหลวง 105 สายแม่สอด–แม่สะเรียง นพค.36 ผนึก อบต.แม่คะตวน เคลียร์เส้นทางจนสามารถกลับมาสัญจรได้ตามปกติ
- 80 ชีวิตร่วมเรียนรู้ หมวกแดงแม่สะเรียงนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงถึงชายขอบ สร้างความหวังสู่ชุมชน





