แจงลักลอบตัดไม้–ทำถนนกลางป่าอนุรักษ์ สบอ.16 แม่สะเรียง ยึดไม้ 329 ท่อน มูลค่า 2.8 ล้าน สั่งย้ายหัวหน้าเขตฯ ตั้งสอบวินัยร้ายแรง
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง นายชัยชาญ ศรียงค์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง หรือ สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการตรวจสอบการลักลอบทำถนนใหม่และการตัดไม้ในเขตป่าอนุรักษ์ ตามที่ปรากฏเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียผ่านเฟซบุ๊ก “พิทักษ์ศรัทธา” ของ คุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ที่ระบุถึงการตัดไม้กลางป่าอนุรักษ์กว่า 500 ต้น โดยมี นายนาวี ศิลป์สุภากุล หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา นายสุวัจชัย ศิริทิพย์ นิติการชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานกฎหมาย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้
นายชัยชาญ ได้ให้ข้อมูลพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงโดยลำดับเหตุการณ์ว่า เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง ได้รับรายงานจากสายตรวจปราบปรามฯ ตามหนังสือ ที่ ทส 0962.2 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 เรื่อง ตรวจสอบการทำถนนเส้นใหม่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา หลังได้รับแจ้งจากผู้หวังดีไม่ประสงค์ออกนามว่า มีการบุกเบิกพื้นที่เพื่อทำเส้นทางสัญจรของรถยนต์ระหว่างหมู่บ้านขุนแม่สอง ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง กับหมู่บ้านห้วยกองเป๊าะ ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน
จากการลงพื้นที่สืบทราบข้อมูลเบื้องต้นจากชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านห้วยกองเป๊าะ ได้ข้อมูลว่าพบว่า มีการทำถนนดังกล่าวเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงวันที่ 20 กันยายน 2568 และมีการพูดถึงประเด็นนี้ในการประชุมผู้ใหญ่บ้านเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 โดยข้อมูลในทางลับปรากฏพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่า มีผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ใกล้เคียงกับหมู่บ้านห้วยกองเป๊าะ เป็นเจ้าของเครื่องจักร ทั้งรถแบคโฮและรถไถฟาร์ม รวมถึงเป็นผู้รับเหมาขุดเจาะถนนเส้นนี้เพื่อใช้สำหรับขนส่งสินค้าเกษตรไม่ทราบประเภทจากประเทศเมียนมาเข้ามายังประเทศไทย

นายชัยชาญ กล่าวต่อว่า ตนซึ่งเข้ามารับตำแหน่ง ผอ.สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 เมื่อได้รับทราบเรื่องรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรและทางโทรศัพท์โดยตรงจากผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร พบว่ามีมูลความจริง จึงสั่งการให้ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดและกำชับให้ส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สนธิกำลังร่วมกับส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าเข้าตรวจยึด โดยให้ดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และได้นำเรื่องราวรายงานให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อโปรดทราบและพิจารณาต่อไปกระทั่งเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 คณะเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าและสายตรวจปราบปรามฯ ได้ร่วมกันลงพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อปราบปรามการกระทำผิดตามที่ได้รับแจ้งจากผู้หวังดีเพื่อหวังรางวัลสินบนนำจับ
โดยตรวจสอบพิกัดจากสัญญาณดาวเทียม (GPS) บริเวณจุดที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นพื้นที่อยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน มีลักษณะการกระทำความผิดคือ การทำถนนตัดทำขึ้นมาใหม่ลัดเลาะตามสันเขาเพื่อมาเชื่อมต่อกับถนนเดิมระหว่างบ้านห้วยกองเป๊าะไปยังหย่อมบ้านแม่สำเพ็งเหนือ มีการทำถนนใหม่รวม 4 เส้นทาง ลัดเลาะผ่านสภาพป่าดิบแล้งและป่าดิบเขา ความสูง 600-1,100 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1A คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดความกว้างถนน มีความกว้างประมาณ 3 เมตร โดยมีการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ เพราะพบร่องรอยตีนตะขาบต้นร่องรอยบุ้งกี๋ของรถแบคโฮและร่องรอยดอกยางของรถไถฟาร์มทำการปรับพื้นดิน ขุดโค่นต้นไม้จำนวนมาก ซึ่งต้นไม้ที่ถูกขุดขึ้นจะโค่นล้มทั้งรากเหง้า วัดระยะทางบุกรุกได้รวม 6.60 กม. คิดเป็นเนื้อที่รวม 12 ไร่ 1 งาน 50 ตารางวา พร้อมทั้งตรวจยึดไม้กระยาเลยของกลาง ได้จำนวน 329 ท่อน ปริมาตร 156.94 ลบ.ม. รวมมูลค่าความเสียหายที่รัฐพึงได้รับเป็นเงิน 2,847,151 บาท

เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย เนื่องจากคดีนี้ถือเป็นคดีรายใหญ่ ตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยมาตรการควบคุม ตรวจสอบ และเร่งรัดการดำเนินคดีอาญา พ.ศ. 2567 ตามข้อ 4 ของคดีรายใหญ่ เนื่องจากมีปริมาณไม้ท่อนเกิน 40 ลบ.ม. และมีรูปแบบการดำเนินการในลักษณะที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มทุนหรือผู้มีอิทธิพล จึงได้ออกคำสั่ง สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง ที่ 1038/2568 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2568 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของกรมอุทยานฯ ตามหนังสือด่วนที่สุดที่ ทส 0904.302/3968 ว่ามีเจ้าหน้าที่รู้เห็น ปล่อยปะละเลย หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เนื่องจากได้รับข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้านห้วยกองเป๊าะว่า มีการเริ่มทำถนนมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 แล้ว ทั้งนี้ หากพบว่าเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ เข้าไปเกี่ยวข้อง จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ เพื่อความโปร่งใสในการสอบสวน สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง ได้รายงานพฤติกรรมของหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ต่ออธิบดีกรมอุทยานฯ จนนำมาซึ่งคำสั่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ 6007/2568 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ให้หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ขณะเกิดเหตุ ไปปฏิบัติราชการ ณ สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2568 จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ในขณะที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกำลังดำเนินการรวบรวมหลักฐานเพื่อรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ด้าน นายนาวี ศิลป์สุภากุล หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา กล่าวว่า ได้เข้ามาทำหน้าที่แทนหัวหน้าคนเดิมเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาและได้ควบคุมไม่ให้มีการสัญจรในถนนดังกล่าว ทั้งรถและคน โดยทำป้ายปิดประกาศห้ามใช้เส้นทาง แต่ยังมีความพยายามของราษฎรที่จะใช้เส้นทาง จึงได้นำแนวรั้วลวดหนามมากั้นปิดหัวท้ายของถนนเพื่อไม่ให้มีการสัญจร โดยได้ดำเนินการร้องทุกข์และมีสถานะทางคดีแล้ว ทั้งนี้ คาดว่าการสร้างเส้นทางดังกล่าวขึ้น น่าจะใช้เป็นเส้นทางหลบหลีกจากถนนเส้นทางหลักที่มีด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการอยู่ตลอดเวลา ซึ่งขณะนี้ระหว่างการสืบหาข้อเท็จจริง
ขณะที่ นายสุวัจชัย ศิริทิพย์ นิติการชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานกฎหมาย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง กล่าวว่า ถึง ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัด กลุ่มงานกฎหมายได้ตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าพื้นที่ที่เกิดกระทำความผิด ภายในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวาในครั้งนี้ ไม่เป็นไปตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ว่าด้วยการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งการตัดถนนหรือการตัดต้นไม้จะต้องได้รับอนุญาตจาก อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก่อน กรณีนี้ไม่ได้ขออนุญาต จากท่านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และไม่อนุญาต ไม่มีการดำเนินการขออนุญาต ดังนั้นการกระทำดังกล่าวจึงถือว่า เป็นการกระทำผิดกฎหมาย ตาม พรบ.การคุ้มครองสัตว์ป่า อย่างชัดเจน
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอเรียนว่า กรมฯ ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวอย่างยิ่ง และจะเร่งดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงตามระเบียบข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อความโปร่งใสในการปกป้องทรัพยากรป่าไม้ของชาติ
Cr. สุกัลยา / แม่ฮ่องสอน

เรื่องมาใหม่
- คึกคักยิ่งใหญ่ สบเมยเปิดงาน “วันของดีอำเภอสบเมยฯ” รวมพลังชนเผ่า โชว์ริ้วขบวนพริกกะเหรี่ยงสุดตระการตา
- อบต.สบเมย คว้าชนะเลิศ “แข่งขันตำข้าว” ชูวิถีชนเผ่า งานวันของดีอำเภอสบเมย ปี 2569 คึกคัก 5 วันเต็ม
- อช.แม่สะเรียง ขันน็อตรับฤดูไฟป่า ประชุม PAC ครั้งแรกปี 2569 ตั้ง 30 จุดเฝ้าระวัง เป้าลดพื้นที่เผาไหม้ 40%
- แจงลักลอบตัดไม้–ทำถนนกลางป่าอนุรักษ์ สบอ.16 แม่สะเรียง ยึดไม้ 329 ท่อน มูลค่า 2.8 ล้าน สั่งย้ายหัวหน้าเขตฯ ตั้งสอบวินัยร้ายแรง
- ต้นเปาจัดใหญ่ “เมืองกระดาษสาบ้านต้นเปา” ปลุกตำนานภูมิปัญญาล้านนา ชวนเวิร์กช็อป–ช้อปงานคราฟต์ 27 ก.พ.–1 มี.ค.นี้






