วันพุธ, 18 กุมภาพันธ์ 2569

แจงลักลอบตัดไม้–ทำถนนกลางป่าอนุรักษ์ สบอ.16 แม่สะเรียง ยึดไม้ 329 ท่อน มูลค่า 2.8 ล้าน สั่งย้ายหัวหน้าเขตฯ ตั้งสอบวินัยร้ายแรง

แจงลักลอบตัดไม้–ทำถนนกลางป่าอนุรักษ์ สบอ.16 แม่สะเรียง ยึดไม้ 329 ท่อน มูลค่า 2.8 ล้าน สั่งย้ายหัวหน้าเขตฯ ตั้งสอบวินัยร้ายแรง

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง นายชัยชาญ ศรียงค์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง หรือ สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการตรวจสอบการลักลอบทำถนนใหม่และการตัดไม้ในเขตป่าอนุรักษ์ ตามที่ปรากฏเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียผ่านเฟซบุ๊ก “พิทักษ์ศรัทธา” ของ คุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ที่ระบุถึงการตัดไม้กลางป่าอนุรักษ์กว่า 500 ต้น โดยมี นายนาวี ศิลป์สุภากุล หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา นายสุวัจชัย ศิริทิพย์ นิติการชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานกฎหมาย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้

นายชัยชาญ ได้ให้ข้อมูลพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงโดยลำดับเหตุการณ์ว่า เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง ได้รับรายงานจากสายตรวจปราบปรามฯ ตามหนังสือ ที่ ทส 0962.2 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 เรื่อง ตรวจสอบการทำถนนเส้นใหม่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา หลังได้รับแจ้งจากผู้หวังดีไม่ประสงค์ออกนามว่า มีการบุกเบิกพื้นที่เพื่อทำเส้นทางสัญจรของรถยนต์ระหว่างหมู่บ้านขุนแม่สอง ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง กับหมู่บ้านห้วยกองเป๊าะ ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

จากการลงพื้นที่สืบทราบข้อมูลเบื้องต้นจากชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านห้วยกองเป๊าะ ได้ข้อมูลว่าพบว่า มีการทำถนนดังกล่าวเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงวันที่ 20 กันยายน 2568 และมีการพูดถึงประเด็นนี้ในการประชุมผู้ใหญ่บ้านเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 โดยข้อมูลในทางลับปรากฏพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่า มีผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ใกล้เคียงกับหมู่บ้านห้วยกองเป๊าะ เป็นเจ้าของเครื่องจักร ทั้งรถแบคโฮและรถไถฟาร์ม รวมถึงเป็นผู้รับเหมาขุดเจาะถนนเส้นนี้เพื่อใช้สำหรับขนส่งสินค้าเกษตรไม่ทราบประเภทจากประเทศเมียนมาเข้ามายังประเทศไทย

นายชัยชาญ กล่าวต่อว่า ตนซึ่งเข้ามารับตำแหน่ง ผอ.สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 เมื่อได้รับทราบเรื่องรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรและทางโทรศัพท์โดยตรงจากผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร พบว่ามีมูลความจริง จึงสั่งการให้ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดและกำชับให้ส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สนธิกำลังร่วมกับส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าเข้าตรวจยึด โดยให้ดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และได้นำเรื่องราวรายงานให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อโปรดทราบและพิจารณาต่อไปกระทั่งเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 คณะเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าและสายตรวจปราบปรามฯ ได้ร่วมกันลงพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อปราบปรามการกระทำผิดตามที่ได้รับแจ้งจากผู้หวังดีเพื่อหวังรางวัลสินบนนำจับ

โดยตรวจสอบพิกัดจากสัญญาณดาวเทียม (GPS) บริเวณจุดที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นพื้นที่อยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน มีลักษณะการกระทำความผิดคือ การทำถนนตัดทำขึ้นมาใหม่ลัดเลาะตามสันเขาเพื่อมาเชื่อมต่อกับถนนเดิมระหว่างบ้านห้วยกองเป๊าะไปยังหย่อมบ้านแม่สำเพ็งเหนือ มีการทำถนนใหม่รวม 4 เส้นทาง ลัดเลาะผ่านสภาพป่าดิบแล้งและป่าดิบเขา ความสูง 600-1,100 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1A คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดความกว้างถนน มีความกว้างประมาณ 3 เมตร โดยมีการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ เพราะพบร่องรอยตีนตะขาบต้นร่องรอยบุ้งกี๋ของรถแบคโฮและร่องรอยดอกยางของรถไถฟาร์มทำการปรับพื้นดิน ขุดโค่นต้นไม้จำนวนมาก ซึ่งต้นไม้ที่ถูกขุดขึ้นจะโค่นล้มทั้งรากเหง้า วัดระยะทางบุกรุกได้รวม 6.60 กม. คิดเป็นเนื้อที่รวม 12 ไร่ 1 งาน 50 ตารางวา พร้อมทั้งตรวจยึดไม้กระยาเลยของกลาง ได้จำนวน 329 ท่อน ปริมาตร 156.94 ลบ.ม. รวมมูลค่าความเสียหายที่รัฐพึงได้รับเป็นเงิน 2,847,151 บาท

เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย เนื่องจากคดีนี้ถือเป็นคดีรายใหญ่ ตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยมาตรการควบคุม ตรวจสอบ และเร่งรัดการดำเนินคดีอาญา พ.ศ. 2567 ตามข้อ 4 ของคดีรายใหญ่ เนื่องจากมีปริมาณไม้ท่อนเกิน 40 ลบ.ม. และมีรูปแบบการดำเนินการในลักษณะที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มทุนหรือผู้มีอิทธิพล จึงได้ออกคำสั่ง สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง ที่ 1038/2568 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2568 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของกรมอุทยานฯ ตามหนังสือด่วนที่สุดที่ ทส 0904.302/3968 ว่ามีเจ้าหน้าที่รู้เห็น ปล่อยปะละเลย หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เนื่องจากได้รับข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้านห้วยกองเป๊าะว่า มีการเริ่มทำถนนมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 แล้ว ทั้งนี้ หากพบว่าเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ เข้าไปเกี่ยวข้อง จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ เพื่อความโปร่งใสในการสอบสวน สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง ได้รายงานพฤติกรรมของหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ต่ออธิบดีกรมอุทยานฯ จนนำมาซึ่งคำสั่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ 6007/2568 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ให้หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ขณะเกิดเหตุ ไปปฏิบัติราชการ ณ สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2568 จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ในขณะที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกำลังดำเนินการรวบรวมหลักฐานเพื่อรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ด้าน นายนาวี ศิลป์สุภากุล หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา กล่าวว่า ได้เข้ามาทำหน้าที่แทนหัวหน้าคนเดิมเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาและได้ควบคุมไม่ให้มีการสัญจรในถนนดังกล่าว ทั้งรถและคน โดยทำป้ายปิดประกาศห้ามใช้เส้นทาง แต่ยังมีความพยายามของราษฎรที่จะใช้เส้นทาง จึงได้นำแนวรั้วลวดหนามมากั้นปิดหัวท้ายของถนนเพื่อไม่ให้มีการสัญจร โดยได้ดำเนินการร้องทุกข์และมีสถานะทางคดีแล้ว ทั้งนี้ คาดว่าการสร้างเส้นทางดังกล่าวขึ้น น่าจะใช้เป็นเส้นทางหลบหลีกจากถนนเส้นทางหลักที่มีด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการอยู่ตลอดเวลา ซึ่งขณะนี้ระหว่างการสืบหาข้อเท็จจริง

ขณะที่ นายสุวัจชัย ศิริทิพย์ นิติการชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานกฎหมาย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง กล่าวว่า ถึง ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัด กลุ่มงานกฎหมายได้ตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าพื้นที่ที่เกิดกระทำความผิด ภายในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวาในครั้งนี้ ไม่เป็นไปตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ว่าด้วยการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งการตัดถนนหรือการตัดต้นไม้จะต้องได้รับอนุญาตจาก อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก่อน กรณีนี้ไม่ได้ขออนุญาต จากท่านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และไม่อนุญาต ไม่มีการดำเนินการขออนุญาต ดังนั้นการกระทำดังกล่าวจึงถือว่า เป็นการกระทำผิดกฎหมาย ตาม พรบ.การคุ้มครองสัตว์ป่า อย่างชัดเจน

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอเรียนว่า กรมฯ ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวอย่างยิ่ง และจะเร่งดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงตามระเบียบข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อความโปร่งใสในการปกป้องทรัพยากรป่าไม้ของชาติ

Cr. สุกัลยา / แม่ฮ่องสอน

เรื่องมาใหม่
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คึกคักยิ่งใหญ่ สบเมยเปิดงาน “วันของดีอำเภอสบเมยฯ” รวมพลังชนเผ่า โชว์ริ้วขบวนพริกกะเหรี่ยงสุดตระการตา
อบต.สบเมย คว้าชนะเลิศ “แข่งขันตำข้าว” ชูวิถีชนเผ่า งานวันของดีอำเภอสบเมย ปี 2569 คึกคัก 5 วันเต็ม
อช.แม่สะเรียง ขันน็อตรับฤดูไฟป่า ประชุม PAC ครั้งแรกปี 2569 ตั้ง 30 จุดเฝ้าระวัง เป้าลดพื้นที่เผาไหม้ 40%
ต้นเปาจัดใหญ่ “เมืองกระดาษสาบ้านต้นเปา” ปลุกตำนานภูมิปัญญาล้านนา ชวนเวิร์กช็อป–ช้อปงานคราฟต์ 27 ก.พ.–1 มี.ค.นี้
ขยะเกลื่อนริมน้ำ ชาวบ้านแม่เจวอนรถขนสินค้าชายแดนเสาหิน “กินแล้วเก็บด้วย”
สายสัมพันธ์แน่นแฟ้น ขุนยวมเปิดงาน “สายสัมพันธ์มิตรภาพไทย–ญี่ปุ่น” ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่