วันศุกร์, 9 ธันวาคม 2565

(มีคลิป) เชียงใหม่ เทศบาลเมืองแม่เหียะ สืบสาน เทโวโรหณะ พุทธศาสนิกชนตักบาตรเนื่องในวันออกพรรษา

Social Share

พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดเชียงใหม่จำนวนมาก ตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 69 รูป ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เพื่อร่วมสืบสานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในประเพณีวันออกพรรษา ประจำปี 2565

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 11 ต.ค. 65 ที่บริเวณลานกิจกรรมด้านหน้าหอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม สมาชิสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ และนายธนวัฒน์ ยอดใจ นายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะ นำพุทธศาสนิกชนชาวเชียงใหม่ กว่า 5,000 คน ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง พระสงฆ์ สามเณร จำนวน 69 รูป เนื่องในวันออกพรรษา ประจำปี 2565 ซึ่งเทศบาลเมืองแม่เหียะ ได้ร่วมกับอุทยานหลวงราชพฤกษ์ และคณะสงฆ์ตำบลแม่เหียะ จัดขึ้นเพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมทางด้านพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นการรำลึกถึงพุทธประวัติ และความเป็นมาของวันออกพรรษา อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีที่งดงามของไทยให้คงอยู่ เป็นแบบอย่างที่ดีในการสืบสานต่อยอด ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง นอกจากนี้ยังเป็นการอุทิศบุญกุศล ไปยังเจ้ากรรมนายเวร และให้กับคณะครูและนักเรียนจากเหตุโศกนาฏกรรมที่จังหวัดหนองบัวลำภู และเหตุการณ์ภัยพิบัติจากอุทกภัยในประเทศไทย และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อีกทางหนึ่งด้วย

นายธนวัฒน์ ยอดใจ นายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะ กล่าวว่า ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “ตักบาตรเทโว” เป็นประเพณีที่สำคัญของพุทธศาสนิกชนที่จัดขึ้นในประเพณีวันออกพรรษาของทุกปี โดยเชื่อว่าเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจากเสด็จขึ้นไปจำพรรษา และเทศนาอภิธรรมปิฎกโปรดพุทธมารดา ครั้นออกพรรษาแล้วก็เสด็จลงมาจากเทวโลกในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 พระอินทร์ทรงนิมิตบันได 3 อย่างถวายคือ บันไดทอง บันไดแก้วมณี และบันไดเงิน หัวบันไดพาดอยู่ที่ยอดเขาสิเนรุ เชิงบันไดอยู่ที่ประตูเมืองสังกัสสะนคร เวลาเสด็จลงทรงใช้บันไดแก้วมณี เหล่าเทวดาลงทางบันไดทอง เหล่ามหาพรหมลงทางบันไดเงิน เรียกการเสด็จครั้งนั้นว่า เทโวโรหณะ ซึ่งเทศบาลเมืองแม่เหียะจัดติดต่อกันมาเป็นปีที่10 และมีพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมจำนวนมากทุกปี

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ถือว่ายังอยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงได้มีการขอความร่วมมือให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ทั้งการสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย และการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล