
เปิดตำนาน 100 ปี “ศาลาขุนจันต๊ะ” มรดกกลางป่าสาละวิน อดีตปางไม้บอมเบย์เบอร์ม่า สู่แหล่งท่องเที่ยวสุดทรงคุณค่าแห่งแม่ฮ่องสอน
วันที่ 22 กรกฏาคม 2569 กว่า 100 ปี…ที่ยังยืนหยัดกลางผืนป่าสาละวิน เปิดตำนาน ‘ศาลาขุนจันต๊ะ’ มรดกประวัติศาสตร์ที่หลายคนยังไม่รู้จัก ท่ามกลางผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ของ อุทยานแห่งชาติสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน ยังมีอาคารไม้เก่าแก่ที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลามากว่า 100 ปี เป็นประจักษ์พยานการค้าไม้ การทำเหมืองแร่ และวิถีชีวิตคนลุ่มน้ำสาละวิน นั่นคือ “ศาลาขุนจันต๊ะ” หรือ ศาลาโบราณ
ศาลาแห่งนี้ตั้งอยู่ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติสาละวิน ที่ สว.5 (ศาลา) ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 20 กิโลเมตร สร้างขึ้นในช่วง พ.ศ. 2462 – 2474 โดย ขุนจันต๊ะ ตาวากุล เพื่อใช้เป็นที่พักของผู้เดินทาง คนทำไม้ และผู้ทำเหมืองแร่ ต่อมาได้ใช้เป็นสำนักงานและปางไม้ของ บริษัทบอมเบย์เบอร์ม่า (Bombay Burmah Trading Corporation) ในยุคสัมปทานป่าไม้
ความโดดเด่นของศาลาขุนจันต๊ะคือ สถาปัตยกรรมแบบ โคโลเนียล ที่ผสมผสานศิลปะตะวันตกเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างงดงามและลงตัว จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในมรดกทางสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่าของจังหวัดแม่ฮ่องสอน และปัจจุบันหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น ในอดีต ที่นี่เป็น “ปางไม้” จุดรวบรวมไม้และแร่จากพื้นที่โดยรอบ ก่อนจะล่องไม้ไปตามลำน้ำสาละวินด้วยเรือพายและเรือถ่อ ส่วนแร่ธาตุจะขนส่งด้วย วัวเทียมเกวียน (วัวล้อ) ผ่านเส้นทางแม่สะเรียง – แม่ฮ่องสอน เพื่อนำส่งต่อไปยังกรุงเทพฯ ก่อนจะพัฒนาเป็นการขนส่งทางอากาศในเวลาต่อมา

ขุนจันต๊ะ ตาวากุล ผู้สร้างศาลาแห่งนี้ ถือเป็นบุคคลสำคัญของลุ่มน้ำสาละวิน เริ่มต้นจากอาชีพควาญช้าง ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นผู้ประกอบการค้าไม้และเหมืองแร่ จนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “ขุนจันต๊ะ ตาวากุล” และยังเป็นผู้มีจิตศรัทธา อุทิศตนสร้างและบูรณะศาสนสถานหลายแห่งทั้งในไทยและเมียนมา หลังสิ้นสุดยุคสัมปทานป่าไม้ ศาลาแห่งนี้ยังคงทำหน้าที่เป็นที่พักของชาวบ้าน พ่อค้า และนักเดินทางที่สัญจรผ่านลุ่มน้ำสาละวิน จนกลายเป็นจุดพักสำคัญและที่มาของชื่อที่เรียกขานกันมาจนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบัน อุทยานแห่งชาติสาละวิน ได้ดำเนินการอนุรักษ์ บูรณะ และดูแลรักษาศาลาขุนจันต๊ะ พร้อมปรับปรุงพื้นที่โดยรอบให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และธรรมชาติ มีสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งลานกางเต็นท์ ห้องน้ำ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ไปพร้อมกับสัมผัสธรรมชาติอย่างปลอดภัย ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การไปเยือนที่สุดคือ เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ อากาศเย็นสบาย ธรรมชาติสวยงามเป็นพิเศษ
องค์การบริหารส่วนตำบลแม่คง จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่าน มาร่วมค้นพบมนต์เสน่ห์ของ “ศาลาขุนจันต๊ะ” สถานที่ที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีตผ่านสถาปัตยกรรม ธรรมชาติ และวิถีชีวิต เพื่อร่วมกันอนุรักษ์มรดกอันทรงคุณค่านี้ให้คงอยู่สืบไป
ภาพ – ข่าว : สุกัลยา /แม่ฮ่องสอน

เรื่องมาใหม่
- วันที่ 3 ยังไร้วี่แวว ระดมกู้ภัยแม่โจ้-เทวฤทธิ์ ส่งเรือ 3 ลำปูพรมน้ำยวม ค้นหาหนุ่มวัย 34 ปี ทุกฝ่ายยืนยัน “ไม่ยอมแพ้จนกว่าจะพบ”
- (มีคลิป) ศรัทธาห่มพระธาตุยิ่งใหญ่ ม.พะเยา จัดขบวนแห่ผ้าห่มพระธาตุจอมทอง 36 เมตร สืบสานล้านนาปีที่ 11 สุดอลังการ
- (มีคลิป) แตกอีกล็อตใหญ่ ตชด.ภาค 3 สกัดรถพ่วงขนมันสำปะหลัง ซุกไอซ์ 58 กิโลกรัม รวบ 2 ผู้ต้องหาคาด่านแม่ลาว
- (มีคลิป) เตรียมพร้อมทุกสถานการณ์ ผบ.มทบ.37 ตรวจเข้มฝึกกำลังพลสำรอง เสริมทักษะกู้ภัย รับมือสาธารณภัย ช่วยประชาชนได้ทันทุกวิกฤต
- ไทย–เมียนมา เปิดโต๊ะคุยด่วน เชียงราย–ท่าขี้เหล็ก เร่งแก้น้ำท่วมชายแดน พร้อมหารือปมรถรับจ้างเมียนมา หวังลดผลกระทบประชาชนสองฝั่ง





