วันอังคาร, 29 กันยายน 2563

(คลิป) เชียงใหม่เรียกผู้ประกอบการทั้งจังหวัดประชุม เตรียมพร้อมเปิดตามมาตรการผ่อนปรน 3 พ.ค.นี้ รวม 6 กิจการ

จังหวัดเชียงใหม่เรียกผู้ประกอบการทั้งจังหวัดประชุม เตรียมพร้อมเปิดตามมาตรการผ่อนปรน 3 พ.ค.นี้ รวม 6 กิจการ เน้นต้องให้ผ่าน 14 วัน เพื่อจะเข้าสู่การผ่อนปรนระยะที่สองให้ได้ และต้องไม่เกิดการแพร่ระบาดรอบสอง

1 พ.ค. 63 : ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดเชียงใหม่ นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และนายแพทย์ กิตติพันธุ์ ฉลอม นายแพทย์ชำนาญการโรงพยาบาลเชียงดาว ได้เปิดประชุมและรับฟังความคิดเห็นสำหรับมาตรการผ่อนปรน ตลาด ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก-ส่ง ร้านตัดผม ร้านเสริมความงาม ร้านตัดขน รับฝากสัตว์ และกีฬา สันทนาการ โดยมีผู้ประกอบการและห้างสรรพสินค้า เข้าร่วมกว่า 100 คน เพื่อร่วมหารือเกี่ยวกับมาตรการ การควบคุมผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริหาร การเพิ่มความปลอดภัยที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่จะต้องให้ผ่าน 14 วัน ที่จะเข้าสู่การผ่อนปรนระยะที่ 2 ของชาวเชียงใหม่ และไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดรอบสองขึ้นด้วย

นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สำหรับมาตรการผ่อนปรน 6 กิจการ ของจังหวัดเชียงใหม่ ที่จะเริ่มวันที่ 3 พ.ค. 63 นี้ ซึ่งได้มีการพูดคุยกับทางผู้ประกอบการมาแล้ว 2 ครั้ง ก่อนหน้านี้ และครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สามแล้ว โดยแบ่งเป็น

ตลาด ประกอบด้วย ตลาดสด ตลาดนัด ตลาดน้ำ ตลาดชุมชน ถนนคนเดิน และแผงลอย ซึ่งทางจังหวัดได้กำหนดมมาตรการควบคุมหลัก คือต้องทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสบ่อยๆ ทั้งก่อนและหลังการจัดกิจรรม และให้กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน ให้ผู้ประกอบการ ผู้ให้บริการสวมหน้ากากอนามัย หน้ากากหรือหน้ากากผ้าเสมอ ให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ให้เว้นระยะห่างของแผง หรือระยะนั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร ให้ควบคุมจำนวนผู้เข้าร่วกิจกรรมมิให้แออัด หรือลดเวลาในการทำกิจกรรมให้สั้นลงเท่าที่จำเป็น โดยถือหลักหลีกเลี่ยงต่อการสัมผัสระหว่างกัน มีกรคัดกรองอาการผู้ป่วย ผู้มีไข้ และหากผู้จำหน่ายในตลาดมีอาการเจ็บป่วย เช่น มีไข้ ไอจาม เจ็บคอ มีน้ำมูก หอบเหนื่อย ให้หยุด เพื่อเข้ารับการรักษาในสถานบริการสาธารณสุข ไม่อนุญาตการให้บริการเครื่องเล่นสำหรับเด็ก อาจเพิ่มมาตรการการใช้แอพพลิเคชั่นติดตามตัวทางโทรศัพท์เคลื่อนที่มาใช้ตามความเหมาะสม และความจำเป็นหรือใช้มาตรการควบคุมด้วยการบันทึกข้อมูลและรายงานในบางพื้นที่ก็ได้ รวมถึงมีระบบการระบายอากาศและถ่ายเทอากาศที่เหมาะสม จำกัดการเข้า-ออกตลาด ให้ความรู้และกระตุ้นเตือนผู้จำหน่ายในตลาดต้องมีอุปกรณ์ในการป้องกันตนเอง เช่น ถุงมือยาง และล้างมือด้วยน้ำสบู่บ่อยๆ จัดทำทะเบียนผู้จำหน่ายในตลาด รวมถึงลงบันทึกวันเวลาในการค้าขาย ผู้มาใช้บริการที่ตลาดต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง

ร้านจำหน่ายอาหาร ประกอบด้วย ร้านอาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศกรีม (นอกห้าง) ร้านอาหารริมทาง รถเข็น หาบเร่ จะคล้ายกับมาตรการป้องกันในตลาดด แต่จะให้เว้นระยะห่างระหว่างโต๊ะ และระหว่่างที่นั่งรวมถึงระยะห่างระหว่างการเดินอย่างน้อย 1 เมตร ให้ควบคุมจำนวนผู้ให้บริการ มิให้แออัด งดดื่มหรือจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จัดให้มีพื้นที่รอคิวที่มีที่นั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร จัดฉากกั้นบนโต๊ะอาหารระหว่างลูกค้า สำหรับร้านอาหารที่มีพื้นที่จำกัด จัดให้มีระบบระบายอากาศที่ดี มีป้ายประชาสัมพันธ์แนะนำการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 ต้องตรวจคัดกรองอุณหภูมิของพนักงานและลูกค้าทุกคน หลีกเลี่ยงการใช้เมนูรายการอาหาร หรือหากจำเป็นให้ทำความสะอาดเมนูรายการอาหารอย่างสม่ำเสมอ 2 – 3 ครั้งต่อวัน สนับสนุนการทำป้ายเมนูติดผนัง ส่งเสริมการให้บริการอาหารจานเดียว ส่งเสริมการชำระเงินแบบ Cashless Payment จัดบันทึกข้อมูลลูกค้า หรือติดตั้งกล้องวงจรปิดหรือถ่ายภาพ เพิ่มระบบการสั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์ ให้พนักงานที่ปฏิบัติงานในจุดเสี่ยง อาทิ แม่บ้าน พนักงานทำความสะอาด ให้สวมถุงมือ รองเท้าปิดมิดชิด หน้ากาก ผ้ากกันเปื้อน พนักงานขายให้เว้นระยะห่าง 1 – 2 เมตร และงดการรวมกลุ่มพนักงาน หากพนนักงานป่วยที่อยู่ในแผนกเดียวกัน ร้านเดียวกัน ที่มีอาการป่่วยด้วยอาการติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันตั้งแต่ 3 คน ให้มีการรายงานมายังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

 

กิจการค้าปลีก-ส่ง ประกอบด้วยซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อบริเวณพื้นที่นั่ง ยืนรับประทาน รถเร่หรือรถวิ่งขาย สินค้าอุปโภคบริโภค ร้านค้าปลีกขนาดย่อย ร้านค้าปลีกชุมชน ร้านค้าขายปลีกธุรกิจ สื่อสารโทรคมนาคม ได้เพิ่มมาตรการเพิ่มเติมนอกเหนือจากกิจการตลาด และร้านจำหน่ายอาหาร เพราะต้องจัดให้มีพรมน้ำยาฆ่าเชื้อบริการทุกประตูทางเข้า จัดให้มีกระบัง (shield) เพื่อป้องกันฝอยละอองให้กับพนักงานที่ออยู่ที่เคาท์เตอร์ต่างๆ เช่น จุดประชาสัมพันธ์ จุดเก็บเงิน ให้กำหนดปริมาณคนในร้านให้เหมาะสมกับพื้นที่ของร้าน ไม่เกิน 25 คนต่อ 100 ตารางเมตร การลงทะเบียนเวลาปฏิบัติงานของพนักงาน มีการคัดกรองอุณหภูมิของพนักงานลูกค้าทุกคน บริการจุดจำหน่ายหน้ากากให้กับลูกค้าเพื่อให้สวมใส่ทุกคน หลักเลี่ยงการวางอุปกรณ์ ภาชนะ หรือตัวอย่างสินค้าที่ไม่จำเป็น หากจำเป็นต้องมีวัสดุห่อหุ้มให้สะอาดและทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ และหากพบบุคลากรป่วยด้วยอาการติดเชื้อทางเเดินหายใจเฉียบพลันตั้งแต่ 5 คน ให้รายงานมาที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่

 

กิจการกีฬาสันทนาการ ประกอบด้วย กิจกรรมในสวนสาธารณะ ได้แก่ เต้น ไทเก็ก สนามกีฬากลางแจ้งที่เป็นการออกกำลังกาย โดยไม่ได้เล่นเป็นทีมและไม่มีการแข่งขัน ได้แก่ เทนนิส ยิงปืน ยิงธนู จักรยาน กอล์ฟและสนามซ้อม ได้เพิ่มมาตรการนอกเหนือจากกิจการอื่นคือ ให้งดจำหน่ายสินค้า งดรับประทานอาหารในสวนสาธารณะและสนามกีฬา สนับสนุนให้จัดระบบจองเวลาล่วงหน้าและจำกัดจำนวน เช่น ทางโทรศัพท์ หากจองในลักษณะตัวต่อตัว ให้เจ้าหน้ที่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด พิจารณาจัดทำทะเบียนสำหรับเจ้าหน้าที่และผู้ใช้บริการ งดให้บริการล็อคเกอร์ และห้องอาบน้ำ จัดทำระบบคัดกรองและประวัติเสี่ยง หากพบบุคลากรป่วยด้วยอาการติดเชื้อทางเเดินหายใจเฉียบพลันตั้งแต่ 3 คน ให้รายงานมาที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่

 

ร้านตัดผมเสริมสวย เป็นร้านตัดผมเฉพาะตัด สระ ไดร์ผม ให้ทำความสะอาดโดยการเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสของร้าน อุปกรณ์ก่อนและหลังการให้บริการ และให้กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน ให้ช่างตัดผมและผู้ใช้บริการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ให้มีการล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ให้เว้นระยะห่างระหว่างเก้าอี้ตัดผม อย่างน้อย 1.25 เมตร ให้พิจารณาควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการมิให้แออัดด้วยการลดเวลาในการทำกิจกรรมให้สั้นลงเท่าที่จำเป็น และงดรอรับบริการภายในร้าน โดยถือหลักหลีกเลี่ยงการติดต่อสัมผัสระหว่างกัน และให้ช่างตัดผมและผู้ช่วย (ถ้ามี) จะต้องสวมใส่ face shield และเสื้อคลุมแขนยาวทุกครั้งที่ให้บริการ มีมาตรการคัดกรรองอาการผู้ป่วย ไข้ ไอ จามหรือเป็นหวัด ทั้งช่างตัดผม ผู้ช่วย และผู้ใช้บริการ ให้มีการเปลี่ยนผ้าคลุมตัดผมทุกครั้งที่บริการ เพิ่มการจัดการให้มีการระบายอากาศภายในร้านที่ดี ใช้ระบบนัดลูดค้าเพื่อป้องกันความแออัดของร้าน ทำทะเบียนลูกค้าที่ใช้บริการพร้อมเบอร์โทรศัพท์ กำหนดบริการที่จะให้ไม่เกิน 1 ชั่วดมงต่อลูกค้า 1 ราย ทำทะเบียนช่างหรือพนักงานที่มาทำงานแต่ละกะ และการเฝ้าระวังการติดตามอาการเจ็บป่วยของช่าง คัดกรองประวัติไข้และอาการทางเดินหายใจแก่ช่าง พนักงานและลูกคค้าก่อนการบริการ กำหนดให้ช่างและพนักงานล้างมือทุกครั้งก่อนและหลังให้บริการลูกค้าแต่ละราย ให้ลูกค้าใส่หน้ากากอนามัยขณะรับบริการทุกคน กำหนดให้อุปกรณ์ที่ใช้บริการลูกค้าใช้คนต่อคน ไม่ให้ปนกัน เช่น ผ้าขนหนู ซึ่งจะมีการสุ่มตรวจโดยสมาคมช่างผมภาคเหนือ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการผ่อนปรนและมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

กิจการร้านตัดขนสัตว์ ร้านรับเลี้ยงรับฝากสัตว์ ก็จะคล้ายกับมาตรการอื่นๆ ที่มีการผ่อนปรน ซึ่งมาตรการป้องกันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่กำหนดขึ้นมา ขณะที่เรื่องการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังคงมีผลบังคับใช้เรื่องการห้ามจำหน่ายอยู่ ซึ่งจะต้องรอฟังจากนโยบายส่วนกลางและของรัฐบาลว่าจะเปิดการผ่อนปรนเมื่อไหร่ แต่ขณะนี้ยังคงมีการห้ามจำหน่าย และในการประชุมครั้งนี้ก็จะได้เอาผลสรุปทั้งหมดที่ผู้ประกอบการอาจจะเพิ่มเติมข้อมูลส่วนอื่น ก็จะสรุปอีกครั้งแล้วนำเสนอกระทรวงมหาดไทยพิจารณาภายในวันที่ 2 พ.ค. ก่อนที่จะมีการประกาศให้ดำเนินการตามมาตรการผ่อนปน ซึ่งจังหวัดหวังว่า หากเปิดการผ่อนปรนแล้ว จะต้องผ่านไปให้ได้ 14 วัน และไม่พบผู้ป่วยเพิ่ม เพื่อเข้าสู่การผ่อนปรนในระยะที่สอง รวมทั้งจำเป็นอย่างยิ่งที่้ต้องป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดในรองสองด้วย หากเกิดขึ้นก็จะกระทำเป็นวงกว้างมากขึ้น และมาตรการป้องกันจะเข้มงวด และเรื่องการผ่อนปรนอีกครั้งก็จะเป็นเรื่องยากด้วยเช่นกัน

นายณรงค์ ตนานุวัตร ประธานบริหารมีโชคพลาซ่า กล่าวว่า ตลาดมีโชคพลาซ่า มีพ่อค้า แม่ค้า และร้านค้าต่างๆ รวมประมาณ 500 ร้านค้า ซึ่งปกติแล้วจะเปิดในวันจันทร์ และอังคาร แต่ด้วยมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงได้มีการกำหนดมาตรการป้องกัน โดยให้พ่อค้า แม่ค้า และร้านค้า แบ่งเป็นการขายในวันจันทร์ และอังคาร จำนวน 250 ร้าน และต้องมีการเว้นระยะห่างกัน ไม่ให้อยู่ติดกัน ส่วนที่เหลืออีก 250 ร้านค้า ก็จะให้ไปจำหน่ายในวันพุธ และพฤหัสบดี ขณะเดียวกันก็จะมีการตั้งจุดคัดกรองบริเวณทางเข้า-ออก จำนวน 2 ด้าน และจำกัดการเข้าของผู้ใช้บริการไม่เกิน 300 คน เพื่อลดความแออัด พ่อค้า แม่ค้า และร้านค้า ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด หากพบว่าร้านค้าใดไม่ปฏิบัติตามก็จะไม่ให้จำหน่าย มีการคัดกรองพ่อค้า แม่ค้า และพนักงานของร้านค้าก่อนเข้ามาจำหน่าย เพื่อความปลอดภัย รวมถึงร้านค้าที่จำหน่าย จะต้องมีพนักงานเพียง 1 คนต่อร้านค้า เพื่อลดการแออัดและให้เป็นไปตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมด้วย