วันอังคาร, 20 ตุลาคม 2563

เชียงใหม่ ออกคำสั่งเข้มร้านสะดวกซื้อต้องทำตามระเบียบ หากฝ่าฝืนโทษปรับสูงถึง 1 แสน จำคุกไม่เกิน 1 ปี

7 เม.ย. 63 : นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกประกาศคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ที่ 8 /2563 เรื่อง มาตรการเร่งด่วนในการป้องกันวิกฤตการณ์จากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโรคโควิด 19 จังหวัดเชียงใหม่ เพิ่มเติม ลงวันที่ 3 เมษายน 2563

ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีคำสั่งเกี่ยวกับ มาตรการเร่งด่วนในการป้องกันวิกฤตการณ์จากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ มาอย่างต่อเนื่อง แต่ปรากฏว่าสถานการณ์การแพระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโรคโควิด 19 ยังคงมีแนวโน้มแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อเป็นการยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงโอกาสเสี่ยงในการติดต่อโรคและความจำเป็นของประชาชน ตามความในข้อ 2 และข้อ 7 (1) ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 เห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548(ฉบับที่ 1)ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2563 ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่

โดยความเห็นขอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ตามมติที่ประชุม ครั้งที่ 17/2563 เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2563 จึงมีคำสั่งให้กำหนดมาตรการเพิ่มเดิม โดยให้ปิดสถานที่และห้ามบุคคลใดเข้าไปทำกิจกรรมในพื้นที่ ดังนี้

  1. ปิดสวนสาธารณะทุกแห่ง
  2. ห้ามมิให้ลงล่นน้ำ สาดน้ำ ตั้งวางจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม สิ่งของ รับประทานอาหาร หรือทำกิจกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตจากทางราชการ บริเวณประตูเมืองเชียงใหม่ ถนนรอบคูมืองด้านใน และถนนรอบคูเมืองด้านนอกทั้ง 4 ด้าน รวมถึงพื้นที่ต่อเนื่อง
  3. งดการใช้พื้นที่ลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ รวมถึงพื้นที่ในลักษณะคล้ายกัน เพื่อเป็นสถานที่ในการรวมกลุ่มกัน หรือทำกิจกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตจากทางราชการ รวมถึงการตั้งวางจำหน่ายสินค้า อาหาร เครื่องดี่มทุกชนิดในบริเวณดังกล่าว
  4. งดการใช้พื้นที่สาธารณะหรือบริเวณเหล่งน้ำสาธารณะ ได้แก่ แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง อ่างเก็บน้ำ ที่สามารถข้าไปรวมกลุ่มกันทำกิจกรรม อาทิ ลงเล่นน้ำ สาดน้ำ หรือทำกิจกรรมอื่นใดในลักษณะที่มีความเสี่ยงต่อการติดต่อและแพร่กระจายของโรคโควิด 19 และห้ามมิให้ประชาชนหรือบุคคลทั่วไป รวมตัวกันเพื่อชุมนุมทำกิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน บริเวณที่หรือทางสาธารณะทุกแห่ง
  5. ร้านสะดวกซื้อ หรือร้านค้าปลีกที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน รวมถึงร้านขายของชำทั่วไป ให้งดจำหน่ายตั้งแต่เวลา 22.00 น. ถึงเวลา 04.00 น. ของวันถัดไป สำหรับในช่วงเวลาที่ร้านสะดวกซื้อ หรือร้านค้าปลีกที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน รวมถึงร้านขายของชำทั่วไป สามารถจำหน่ายได้ ให้จัดให้มีมาตรการป้องกันโรค โดยให้มีบริการเจลหรือแอลกอฮอล์ล้างมือให้กับผู้ใช้บริการ ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสสาธารณะ อาทิ ประตูเข้าออก มือจับตู้แช่อาหาร ชั้นวางสินค้า เคาน์เตอร์บริการ และบริเวณอื่นๆ ที่อาจมีการสัมผัสร่วมกันของผู้เข้าใช้บริการ และต้องจัดให้มีมาตรการรักษาระยะห่างระหว่างบุคคล (Social Distancing) ของผู้ใช้บริการและพนักงานผู้ให้บริการอย่างน้อยในระยะ 1 เมตร

นอกจากนี้ยังต้องคัดกรองพนักงานผู้ปฏิบัติงานก่อนทำงาน และในขณะทำงานให้พนักงานผู้ให้บริการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หมั่นลงมือด้วยสบู่หรือเจลหรือแอลกอฮอล์ล้างมือ รามทั้งปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามหลักอนามัย อนึ่ง การดำเนินการตามคำสั่งนี้เป็นไป ตามพระราชกำหนตการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ 2558 จึงไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณทางปกครอง ตามมาตรา 16 ของพระราชกำหนดดังกล่าว ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 หรือต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือ ปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563