วันพฤหัสบดี, 1 ตุลาคม 2563

(คลิป) น้ำพริกหนุ่มไม่ใช่ระเบิด ท่าอากาศยานเชียงใหม่ จัดโครงการ “พาน้ำพริกกลับบ้าน” แต่ต้องไม่เกิน 100 ml.

น้ำพริกหนุ่มไม่ใช่ระเบิด ท่าอากาศยานเชียงใหม่ จัดโครงการ “พาน้ำพริกกลับบ้าน” แต่ต้องไม่เกิน 100 ml. เป็นของขวัญให้แก่ผู้โดยสารในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวต้องทิ้งน้ำพริกวันละไม่ต่ำกว่า 150 ถุงลงถังขยะ นักท่องเที่ยวอาจไม่ซื้อน้ำพริกอีกหากร้านค้าไม่ทำผลิตภัณฑ์ออกมาให้นำขึ้นเครื่องได้

27 ธันวาคม 2562 : นายอมรรักษ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดโครงการ “พาน้ำพริกกลับบ้าน” ซึ่งจะดำเนินการระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 2 มกราคม 2563 เพื่อเป็นของขวัญให้แก่ผู้โดยสารในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้มอบบรรจุภัณฑ์มาตรฐานที่มีปริมาตรความจุ 100 มิลลิลิตร ติดฉลากบอกแหล่งที่มา และปริมาตรความจุที่ชัดเจน ให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจค้น นำไปแจกจ่ายให้แก่ผู้โดยสารใช้ใส่อาหารเหลว

โดยเฉพาะน้ำพริกหนุ่ม เพื่อให้สามารถนำขึ้นไปบนห้องโดยสารอากาศยานได้ ทั้งนี้ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้ตั้งจุดคัดกรองเบื้องต้นก่อนผ่านกระบวนการตรวจ X ray บริเวณหน้าประตูทางเข้าห้องผู้โดยสารขาออก เพื่อให้ผู้โดยสารตรวจสอบของเหลว เจล สเปรย์ ที่อยู่ในสัมภาระติดตัว ซึ่งหากผู้โดยสารมีอาหารที่เข้าข่ายเป็นของเหลว ก็สามารถขอรับบรรจุภัณฑ์จากเจ้าหน้าที่ได้ ในจำนวนที่เหมาะสม และเป็นไปตาม “หลักเกณฑ์การตรวจค้นของเหลว เจล สเปรย์ที่จะนำขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยาน หรือเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบินสาธารณะ พ.ศ.2562” คือ ของเหลวในสัมภาระติดตัวต้องอยู่ในบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน 100 มิลลิลิตร จำนวนสูงสุด 1,000 มิลลิลิตร

 

ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวด้วยว่า หลังจากที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่กำกับดูแลด้านการบินของไทย ได้ยกเลิกประกาศกรมการขนส่งทางอากาศ เรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำของเหลว เจล สเปรย์ หรือวัตถุและสารอื่นๆ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกันขึ้นในห้องโดยสารอากาศยาน ที่ประกาศและมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 และออกประกาศ “หลักเกณฑ์การตรวจค้นของเหลว เจล สเปรย์ที่จะนำขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยาน หรือเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบินสาธารณะ พ.ศ.2562” ฉบับใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ทำให้อาหารพื้นเมืองของภาคเหนือหลายอย่าง โดยเฉพาะอาหารที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อกลับไปเป็นของฝาก เช่น น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง และแกงฮังเล ถูกจัดเข้าข่ายตามประกาศของ กพท.

โดยพบว่าตั้งแต่หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ ทำให้มีการทิ้งน้ำพริกที่ผู้โดยสารไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้เฉลี่ยวันละประมาณ 150 ชิ้น ดังนั้นหากผู้โดยสารต้องการนำไปกับอากาศยานต้องอยู่ในรูปแบบสัมภาระลงทะเบียน (โหลดใต้ท้องเครื่อง) หรือหากต้องการนำติดตัวขึ้นไปบนห้องโดยสารอากาศยาน จะต้องอยู่ในบรรจุภัณฑ์มาตรฐานที่ปิดสนิท มีปริมาตรไม่เกิน 100 มิลลิลิตร และมีข้อความระบุปริมาตรของบรรจุภัณฑ์ แหล่งที่มา ที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์อย่างชัดเจน ส่วนอาหารพื้นเมืองอื่นๆ เช่น แคบหมู ไส้อั่ว สามารถนำเข้าเขตหวงห้าม และขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยานได้ แต่ต้องปิดบรรจุภัณฑ์ให้มิดชิด เพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นรบกวนภายในห้องโดยสารอากาศยาน

นางปัทมา หาญสุจินต์ วิคส์ อายุ 55 ปี เปิดเผยว่า ตนอยู่ที่กรุงเทพฯ และเดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นประจำทุกปี และทุกครั้งก็จะซื้อน้ำพริกหนุ่ม แคบหมูกลับไปเป็นของฝากให้กับคนที่บ้าน ซึ่งก็ทำมาปกติเหมือนทุกครั้ง ในวันนี้ก็ซื้อน้ำพริกหนุ่มกลับมา และไม่คิดว่าจะถูกห้ามนำขึ้นเครื่องเพราะน้ำพริกหนุ่มมีน้ำหนักเกิน แต่โชคดีที่ช่วงนี้ที่ทางท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้จัดโครงการและมีกระปุกแบ่งให้ จึงนำกลับบ้านได้บางส่วน แม้ว่าบางส่วนก็ต้องทิ้ง รู้สึกเสียดายเหมือนกัน แต่ต้องทำตามกฎที่บังคับไว้ ซึ่งต่อไปคงไม่ซื้อน้ำพริกหนุ่มกลับไปเป็นของฝากอีก แต่หากมีบรรจุภัณฑ์ที่ตรงตามที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่กำหนดไว้ ก็อาจจะซื้อไปเป็นของฝาก แต่หากไม่มีก็คงซื้อของฝากอย่างอื่นแทน