วันเสาร์, 15 สิงหาคม 2563

(คลิป) ชาวเชียงดาวดีใจ รองนายกฯ “จุรินทร์” เร่งผลักดันเปิด “ด่านกิ่วผาวอก เชียงดาว” ให้เกิดด่านการค้าชายแดน

รินทร์ ขึ้นมาเชียงใหม่ แก้ปัญหาแนวชายแดนเชียงดาว เร่งแก้ราคาลำไย กระเทียม ที่ดินบัตรประชาชน พร้อมเตรียมมาตรการ 4 ส่วนผลักดันจุดผ่อนปรนกิ่วผาวอกและจุดผ่อนปรนหลักแต่ง กระตุ้นเศรษฐกิจการค้าแนวชายแดน

31 กรกฎาคม 2563 : นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่โดยมีกำหนดการประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ณ ห้องประชุมเทศบาลตําบลทุ่งข้าวพวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และก่อนการประชุมนั้นมีชาวบ้านมารอพบปะรองนายกรัฐมนตรีร่วม 500 คนส่วนใหญ่เป็นประชาชนพื้นถิ่นเชื้อสายไทยใหญ่ ก่อนการประชุมนายจุรินทร์ได้พบปะพูดคุยกับชาวบ้านซึ่งสะท้อนปัญหาราคาลำไยและกระเทียม

นายจุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้มาประชุมจะหาทางในการผลักดันให้มีการเปิดจุดผ่อนปรนกิ่วผาวอก บ้านหลักแต่ง และจุดผ่อนปรนอื่นๆเพื่อที่จะช่วยให้พี่น้องได้สามารถค้าขายกับฝั่งตรงข้ามใกล้สะดวกขึ้นได้รับเรื่องร้องเรียนจากพวกเราว่ามีปัญหาอยู่สามเรื่อง เรื่องที่หนึ่ง ลำไยกับกระเทียม เรื่องลำไยกำลังดำเนินการช่วยเหลือแก้ไข ถ้าส่งออกลำไยไม่ได้ราคาลำไยก็จะมีปัญหา พยายามช่วยแก้ปัญหาให้ส่งออกได้ใครส่งออกไปต่างประเทศเราให้กิโลกรัมละ 5 บาท เพื่อผลักดันให้เขารีบส่งออกเมื่อส่งออกแล้วก็จะซื้อลำไยของเรานำไปส่งออก จูงใจให้เค้ามาซื้อเราเพิ่มขึ้นเกษตรกรสหกรณ์ลำไยของเกษตรกรหรือรวบรวมของตัวเองไปเบิกได้กิโลกรัมละ 3 บาท คือสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการไปช่วยเหลือและการพยายามที่จะช่วยล้งจีนซึ่งสำคัญกับการระบายลำไยให้รับซื้อได้สะดวกขึ้นได้ เพื่อให้ล้งจีนเข้ามาได้สะดวกขึ้น

เดี๋ยวนี้เราก็ขายแบบ New Normol ขายลำไยออนไลน์ ขายผลไม้ทุกชนิดออนไลน์ไม่กี่วันมานี้กระทรวงพาณิชย์กับผู้นำเข้า 8 ประเทศให้นั่งอยู่ที่ประเทศของเขาแล้ว เรานำผู้ส่งออก 40-50 บริษัทที่ส่งออกลำไย มาทำการซื้อขายออนไลน์ให้ค้าขายกันบนจอโดยไม่ต้องเจอหน้ากันปรากฏว่าเราตั้งเป้าหมายให้ขายได้ 500 ล้านบาท ได้ 11,000 ตัน เพื่อช่วยระบายลำไยปรากฏว่า 2 วัน ผลการขายจาก 11,000 ตันขายได้ 32,000 ตันเราขายได้ 2,100 ล้านบาท นี่คือตัวอย่างของการที่เราเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้อง แต่ราคาคงไม่กระโดดไปกิโลกรัมละ 100 บาทแต่อย่างน้อยมีช่องทางการระบายให้พี่น้องพออยู่ได้ส่วนกระเทียมได้ยินว่ามีปัญหาฝั่งโน้นเข้ามาฝั่งนี้ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ชายแดนจะต้องเคร่งครัดเข้าไปดูแลต่อไป ผมสั่งการให้พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่มาดูแลใกล้ชิดแล้ว เดี๋ยวจะมีมาตรการช่วยเหลือต่อไป

เรื่องที่สอง เรื่องที่ดินทำกินนั้นท่านผู้ว่าเชียงใหม่จะต้องไปช่วยดูว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรเช่น ในรูป ส.ป.ก. ในรูปนิคมสร้างตนเอง หรือถ้าใครมี ส.ค.1 ออกโฉนดไม่ได้ ให้ร้องมาที่ดินมีหน้าที่ออกให้ เมื่อเป็น ส.ค.1 แล้ว ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ สุดท้ายเรื่องการทำบัตรให้ผู้อยู่ในไทยถูกต้อง เกิดเมืองไทยตนเห็นใจพวกเราแต่จะโทษเจ้าหน้าที่ปฏิบัติก็ไม่ได้เพราะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎกติกา อย่างไรก็ตามตอนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเมื่อปี 51-52 เคยได้ช่วยให้พวกเราที่อยู่ตามแนวชายแดนเป็นชนเผ่าได้มีโอกาสรักษาฟรีในโครงการบัตรประชาชนใบเดียวและโครงการรักษาฟรีเพิ่มขึ้นอีก 400,000 คนในช่วงระยะเวลานั้น

“ สำหรับท่านที่ยังไม่มีบัตรประชาชนผมได้หารือกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นิพนธ์ บุญญามณี จะไปหาลู่ทางปรับปรุงกฎเกณฑ์กติกาต่อไป เพื่อช่วยเหลือให้พวกเราที่เกิดเมืองไทยเป็นคนไทย เรียนหนังสือไทย จนจบการศึกษาภาคบังคับแล้วแต่ไม่มีสิทธิ์ได้รับบัตรประชาชน ทำให้มีโอกาสได้รับสวัสดิการรักษาพยาบาลในการใช้ชีวิตให้ได้มีโอกาสต่อไปผมจะสื่อสารความเดือดร้อนพวกเราเรื่องนี้ให้ ขอบคุณมากดีใจที่ได้เจอพวกเรา” นายจุรินทร์ กล่าว

ต่อมา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นบ้านอรุโณทัย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่โดยสำรวจพื้นที่จุดผ่อนปรนการค้ากิ่วผาวอก ติดตามนโยบายการค้าชายแดนเพื่อสนับสนุนการส่งออกสินค้าเกษตร ของประเทศไทย -ผลักดันการเปิดด่าน โดยได้มีการประชุมหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ก่อนการสำรวจพื้นที่ ชายแดนร่วมกับทุกฝ่ายด้วย

นายจุรินทร์ รับฟังข้อมูลด้านชายแดนจากฝ่ายความมั่นคงและพื้นที่ ตรงพิกัดด่านกิ่วผาวอก และ กล่าวว่า ข้อสรุปการประชุมทุกฝ่ายในวันนี้มีความคืบหน้าคือให้มีการเตรียมการจากฝั่งไทยโดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ประสานงานกับทุกฝ่ายเพื่อเตรียมการ

การประชุมทุกฝ่ายในวันนี้ได้ข้อสรุปเบื้องต้น ว่าในเรื่องการที่จะหาหนทางให้พม่าเห็นด้วยก็จะแบ่งเป็น 4 ส่วน ขอให้ทุกฝ่ายประสานกับทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมหากฝ่ายเมียนม่าเห็นชอบ พร้อมเมื่อไหร่ให้ทางเราดำเนินการทันทีภายในหนึ่งเดือน และเมื่อต้องดำเนินการให้แบ่งหน้าที่ 4 ส่วน คือ

  1. ขอให้ฝ่ายความมั่นคง คือแม่ทัพภาคถือเป็นตัวแทนไปหารือหน่วยงานความมั่นคงของเมียนม่า เพื่อเจรจาให้เกิดผลสำเร็จ
  2. กระทรวงต่างประเทศของไทยให้ประสานกับกระทรวงต่างประเทศของพม่าเพื่อหยิบยกประเด็น
  3. ในส่วนของภาครัฐ กระทรวงพาณิชย์โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะรับหน้าที่หารือเรื่องนี้กับทูตเมียนม่าประจำประเทศไทยจะหารือกับทูตพาณิชย์ประจำประเทศไทยว่าจะมีลู่ทางอะไรได้ จะเป็นการช่วยอีกทางหนึ่ง และขณะเดียวกันก็จะสั่งให้ทูตพาณิชย์ไทยประจำเมียนม่า ได้ประสานกับทูตไทยประจำเมียนม่าได้ผลักดันช่วยกัน
  4. ภาคเอกชนไทย กับ ภาคเอกชนเมียนม่าจะต้องประสานกันที่จะช่วยเจรจาให้รัฐบาลเมียนม่าอีกทางหนึ่ง เพื่อที่จะช่วยกันหลายลู่ทาง เพราะเป็นเรื่อง เศรษฐกิจ โดยมอบให้สมาคมเศรษฐกิจวัฒนธรรมไทย-เมียนม่า สภาอุตสาหกรรม หอการค้าไทย ร่วมมือกันประสานงาน