วันเสาร์, 25 เมษายน 2569

แม่ฮ่องสอนเร่งแก้ปม “ปลาตายกว่า 124 ตัว แม่น้ำลาง-สาละวิน” ผลตรวจชัดไม่พบสารเคมีเกษตร คาดกระทบสิ่งแวดล้อม

แม่ฮ่องสอนเร่งแก้ปม “ปลาตายกว่า 124 ตัว แม่น้ำลาง-สาละวิน” ผลตรวจชัดไม่พบสารเคมีเกษตร คาดกระทบสิ่งแวดล้อม

วันที่ 25 เมษายน 2569 ห้องประชุมพญาพิศาลฮ่องสอนบุรี สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตามและแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในแม่น้ำสาละวิน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ สาธารณสุขจังหวัด ประมงจังหวัด สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) เพื่อสรุปผลการตรวจสอบกรณีปลาตายในแม่น้ำปาย แม่น้ำลาง อ.ปางมะผ้า และ แม่น้ำสาละวิน อ.สบเมย และ อ.แม่สะเรียง

สรุปผลตรวจปลาตาย อ.ปางมะผ้า ไม่พบสารเคมีเกษตร โดย ประมงจังหวัดแม่ฮ่องสอนรายงานว่า พบปลาตายในพื้นที่ อ.ปางมะผ้า 2 ช่วง ได้แก่ 27 ก.พ. – 27 มี.ค. 2569 บริเวณถ้ำผามอน ถึงวัดถ้ำเมยวารีนาราม 5 เม.ย. – ปัจจุบัน บริเวณถ้ำลอด โดย เจ้าหน้าที่เก็บซากปลาได้ 124 ตัว น้ำหนักรวม 123 กก. คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 30,750 บาท ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพบว่า ไม่พบการสะสมของสารเคมีทางการเกษตรทั้ง 3 กลุ่ม ในเนื้อปลา สำหรับ ผลตรวจน้ำ จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็ไม่พบสารเคมีเกษตรเช่นกัน ผลตรวจพยาธิสภาพ โดยกองวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำ กรมประมง พบความผิดปกติที่เหงือกปลาเชื่อมติดกันจากเซลล์เพิ่มจำนวน พบแบคทีเรียรูปแท่งจำนวนมาก ตับเสื่อมสภาพเกิดช่องว่าง ม้ามพบเม็ดเลือดขาวกระจายเล็กน้อย เหงือกที่เชื่อมติดกันส่งผลให้ปลาแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้น้อยลง โดยเฉพาะเมื่อค่าออกซิเจนละลายน้ำต่ำ อาจทำให้อวัยวะผิดปกติ สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมบางประการ ขณะนี้อยู่ระหว่างเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจวิเคราะห์ผลกระทบจากปุ๋ยเกษตรต่อเหงือกปลาเพิ่มเติม

ทั้งนี้ สถานการณ์ปัจจุบันปลาเริ่มฟื้นตัว บริเวณถ้ำน้ำลอด ปลาพวงเริ่มฟื้นตัวกลับมาเกือบปกติ หลังหน่วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ปลากลับมาอาศัยตามปกติ วัดถ้ำเมยวารีนาราม: ปลาพวงลดลง แต่มีปลาชนิดอื่นเข้ามาอาศัยแทนส่วนเหตุการณ์ปลาตายในถ้ำลอด ช่วง 5-17 เม.ย. พบปลาตายมากที่สุด 540 ตัว ภายในถ้ำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ได้นำซากไปฝังกลบโรยปูนขาว และ ห้ามนำไปบริโภคเนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ผลวิเคราะห์คุณภาพน้ำ พบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเลี้ยงสัตว์น้ำได้ ค่าออกซิเจนค่อนข้างสูงเนื่องจากเป็นน้ำไหล ปลาที่ตายส่วนใหญ่เป็นปลาขนาดใหญ่ 20-95 ซม. ปัจจุบันปลาในถ้ำเหลือน้อยมาก คาดว่าอพยพไปอยู่ที่อื่น

ในส่วนของ ปัญหาน้ำปนเปื้อนในลำน้ำสาละวิน ได้ เลื่อนเก็บตัวอย่างน้ำสาละวิน เหตุสถานการณ์ชายแดน ทางด้านการตรวจสอบคุณภาพน้ำแม่น้ำสาละวิน อ.สบเมย และ อ.แม่สะเรียง สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 ได้เก็บตัวอย่างแล้ว 3 ครั้ง ส่วนครั้งที่ 4 กำหนดเดิม 21-24 เม.ย. 2569 ต้องเลื่อนไปเดือน พ.ค. 2569 เนื่องจากเกิดเหตุสู้รบบริเวณชายแดนระหว่างทหารเมียนมากับชนกลุ่มน้อย ใกล้แม่น้ำสาละวิน

ด้าน ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน แนะบริโภคปลาได้ แต่เลี่ยงหัว-เครื่องใน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ประชาชนยังสามารถบริโภคปลาแม่น้ำลางและแม่น้ำสาละวินได้ แต่ให้หลีกเลี่ยงส่วนหัวและเครื่องในไปก่อน เพราะสารตกค้างมักสะสมในกระเพาะและลำไส้ ไม่พบในเนื้อปลา ส่วนการใช้น้ำ ยังสามารถใช้ซักล้างผักและเสื้อผ้าได้ตามปกติ หากจะดื่มให้แกว่งสารส้มให้ตกตะกอนและต้มให้สุกก่อน ทั้งนี้ชาวบ้านริมแม่น้ำสาละวินส่วนใหญ่ใช้ประปาภูเขา ไม่ได้ใช้น้ำจากแม่น้ำโดยตรง

สำหรับแม่น้ำปาย บางจุดพบค่าแอมโมเนียสูง กรมควบคุมมลพิษจะเข้าตรวจสอบหาสาเหตุต่อไป เบื้องต้นพบว่าแบคทีเรียจากของเสียชุมชน เศษอาหาร และการชะล้างลงสู่แม่น้ำมีปริมาณมาก จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสียของชุมชนริมน้ำ และให้คำแนะนำประชาชน เนื่องจากปลาพวงเป็นปลาที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของน้ำ หากฝนตกหนักอาจปรับตัวไม่ทัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ทดลองถ่ายเทน้ำใหม่ในถ้ำลอด พบว่าปลาตายน้อยลงและกลับสู่ภาวะปกติแล้ว

ภาพ – ข่าว : สุกัลยา / แม่ฮ่องสอน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ลุยกวาดล้างยา ฝ่ายปกครองขุนยวมสนธิกำลัง จับหนุ่มพร้อมยาบ้า 224 เม็ด
ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอนลุยแก้ปัญหาซ้ำซาก ถกเข้มหารือ รพ.ธัญญารักษ์ “ผู้เสพยากลับมาบำบัดซ้ำ”
นพค.36 จัดหนัก ส่งมอบ 3 โครงการใหญ่ให้ชาวขุนยวม ยกระดับชีวิต 3 หมู่บ้านรับสงกรานต์
หมวกแดงแม่สะเรียง ปั้นแข้งจิ๋ว เปิดคลินิกฟุตบอลฟรี 5 วัน ลุยสร้างนักเตะอาชีพรุ่นใหม่
ทพ.36 ลุยจริง ผนึก มช.-แม่โจ้-CAAT ฝึกบินโดรน สกัดไฟป่าแม่สะเรียง ยกระดับภารกิจแนวหน้า
กระทรวงยุติธรรม บุกเชียงใหม่ จัดมหกรรมแก้หนี้ครัวเรือน ครั้งที่ 9 ตั้งเป้าไกล่เกลี่ยลูกหนี้กว่า 1.2 หมื่นราย ทุนทรัพย์กว่า 3,600 ล้านบาท