วันศุกร์, 30 กันยายน 2565

ผู้ใหญ่บ้านดอนปิน แม่เหียะเชียงใหม่ ไฟแรงเรียกลูกบ้านเร่งประชุมด่วนเรื่องบัตรผู้มีรายได้น้อย หวั่นตกหล่นขาดสิทธิที่ควรจะได้

Social Share

ผู้ใหญ่บ้านดอนปิน แม่เหียะเชียงใหม่ ไฟแรงเรียกลูกบ้านเร่งประชุมด่วนเรื่องบัตรผู้มีรายได้น้อย หวั่นตกหล่นขาดสิทธิที่ควรจะได้

ช่วงเย็นวันนี้ (8 ก.พ. 61) นางอำพร ธนากูล ผู้ใหญ่บ้าน บ้านดอนปิน หมู่ที่ 5 ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายธัชชัย โกมลรัตน์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้เรียกประชุมชาวบ้านในพื้นที่ มาประชุมอย่างเร่งด่วนหลังจากได้ข้อมูลจากคลังจังหวัดเชียงใหม่มาเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรผู้มีรายได้น้อย เกรงว่าชาวบ้านในพื้นที่จะขาดสิทธิที่จะได้รับ

ในการเรียกประชุมครั้งนี้ ถือเป็นกรณีที่เร่งด่วนเนื่องจากได้ทราบข้อมูลจาก นายอนุชา สุขสงวน คลังจังหวัดเชียงใหม่ ว่าขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดมาแจ้งแม้แต่รายเดียว เรื่องการเข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต จึงเกรงว่าชาวบ้านในพื้นที่จะขาดสิทธิ์ที่ตนเองจะได้รับ จึงได้รีบเรียกชาวบ้านเข้าประชุมชี้แจงอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมาตรการบัตรผู้มีรายได้น้อย รอบที่ 2 จะเปิดให้ลงทะเบียนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2561 เท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เคยได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรผู้มีรายได้น้อยมาก่อนแล้ว โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี จะได้วงเงิน 300 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นผู้ที่มีอายุไม่เกิน 60 ปี และผู้ที่มีรายได้เกิน 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท กลุ่มนี้จะได้วงเงิน 200 บาท โดยวงเงินดังกล่าวสามารถนำมาใช้จ่ายซื้อสินค้าในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ แต่ในปีนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นการให้ความช่วยเหลือระยะที่ 2 แก่ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐในปี 2560 ที่ผ่านมา

หมายความว่าจะเป็นการให้ความช่วยเหลือเฉพาะผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วเท่านั้น และได้ต่อยอดโครงการนี้ เพื่อการพัฒนาศักยภาพของผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยแยกการช่วยเหลือออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกผู้ถือบัตรอายุไม่เกิน 60 ปี รายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี กลุ่มนี้จะมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปหาทุกคน หรือให้ทุกคนที่มีบัตรเดินทางมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ เพื่อมาแจ้งความประสงค์จะเข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตหรือไม่ แต่จำเป็นต้องเดินทางมาแจ้งด้วย เมื่อแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการกลุ่มนี้จะได้รับการเพิ่มวงเงินในบัตรให้อีกเดือนละ 200 บาท รวมเป็นเดือนละ 500 บาท

หากใครไม่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตก็ให้แจ้งว่าไม่ประสงค์ที่จะร่วมโครงการ ซึ่งจะมีช่องให้ทำเครื่องหมายว่าไม่ประสงค์ที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งก็จะได้วงเงินเท่าเดิมไม่ได้เพิ่มจากโครงการ แต่ถ้าหากไม่ไปแจ้ง ทางเจ้าหน้าที่ก็จะเข้าไปหาถึงที่บ้าน หรือที่อยู่อาศัยเพื่อสอบถามความประสงค์ว่าต้องการร่วมโครงการนี้หรือไม่ เพราะโครงการนี้ต้องการที่จะให้ความช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ก่อน เนื่องจากยังสามารถที่จะทำงานได้และมีรายได้น้อยมาก

ส่วนกลุ่มที่มีวงเงินในบัตร 200 บาท ไม่จำเป็นจะต้องเดินทางมาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ก็ได้ แต่หากต้องการเข้าร่วมโครงการก็สามารถมาติดต่อได้ และก็จะได้วงเงินเพิ่ม 100 บาท เป็น 300 บาท และผู้ที่เข้าร่วมโครงการที่ลงชื่อไว้แต่เมื่อถึงเวลาที่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งให้ไปร่วมตามโครงการที่จัดแล้วไม่ได้ไป ก็จะถูกหักเงินในส่วนที่เป็นเงินโครงการเพิ่มเติมมา ส่วนเงินที่เคยได้ก็ยังได้ปกติจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย

ใครที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนในทุกกลุ่ม ก็สามารถเดินทางไปลงทะเบียน ซึ่งในบางอำเภออาจแจ้งได้ ณ ที่ว่าการอำเภอนั้นๆ หรือแจ้งได้ที่ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารออมสิน หรือ ธกส. ในพื้นที่ ในส่วนธนาคารนั้นจะมีแผนในการที่จะลงพื้นที่เพื่อให้บริการ โดยจะมีระยะเวลาในการลงทะเบียนเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ถึงวันที่ 28 ก.พ.61 นี้เท่านั้น

หลังจากที่เปิดให้มีการแจ้งความประสงค์เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตแล้ว จะมีหลายหน่วยงานที่จะเข้ามาบูรณาการในการที่จะช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย อย่างเช่น แจ้งความประสงค์ว่า อยากมีงานทำ กรรมการระดับจังหวัดจะมาวิเคราะห์แล้วก็ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงแรงงานเพื่อให้ความช่วยเหลือ หากต้องการพัฒนาอาชีพก็อาจส่งต่อให้กับศูนย์พัฒนาฝีมือแรงไปดำเนินการต่อ ซึ่งเป็นช่วงของการดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามที่ผู้ถือบัตรแจ้งโดยจะดำเนินการไปจนถึงเดือนธันวาคม 2561

เรื่องมาใหม่