วันพฤหัสบดี, 1 ตุลาคม 2563

(คลิป) TICAC ร่วมกับตำรวจภาค 5 บุกจับอดีตครูสอนลีลาศที่เชียงใหม่ ซื้อขายคลิปภาพเด็ก

19 มิ.ย. 2020
1317

TICAC ร่วมกับชุดสืบสวนภาค 5 บุกจับอดีตครูสอนลีลาศที่เชียงใหม่ ซื้อขายคลิปภาพอนาจารเด็ก อ้างเก็บไว้ดูเอง พบภาพโป๊เปลือยเก็บไว้ในโน๊คบุ๊คจำนวนมาก สารภาพซื้อจากทวิตเตอร์ และกลุ่มไลน์ลับ เตรียมขยายผลแหล่งซื้อขายในโซเชียล หวั่นเอี่ยวการค้ามนุษย์

19 มิถุนายน : เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 นำโดย พ.ต.อ. วรพงศ์ คำลือ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวน 4 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 และชุดปฏิบัติการ TICAC นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจค้นที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ที่ 4 ตำบลสารภี อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ หลังสืบทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวมีผู้ใช้สัญญาณอินเตอร์เนตโหลดคลิปลามกอนาจาร โป๊เปลื่อย ของเด็กหญิงและเด็กชาย อายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์จำนวนมาก

จากการตรวจค้นภายในบ้านพัก เจ้าหน้าที่พบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 2 เครื่อง ภายในมีการเก็บภาพสื่อลามกอนาจาร และภาพโป๊เปลือยของเด็กไว้เป็นจำนวนมาก และยังพบทรัมพ์ไดร์ฟ จำนวนกว่า 10 อัน โทรศัพทมือถือ 2 เครื่อง ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดมาตรวจสอบเพิ่มเติม พร้อมทำการจับกุมตัวเจ้าของบ้านเป็นชาย อายุ 33 ปี เพื่อนำตัวไปสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.อ. วรพงศ์ คำลือ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหารายนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามดูพฤติกรรมมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งพบว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้ซื้อขายและโหลดภาพสื่อลามกอนาจารเกี่ยวกับเด็กที่มาจากโลกโซเชียล ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบประวัติ ก็ทราบว่า เป็นครูพิเศษสอนวิชาดุริยางค์ศิลป์และลีลาศ ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาหมดสัญญาจ้างจึงอยู่ระหว่างหางานทำ ภายหลังการถูกจับก็รับสารภาพว่า ภาพที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์นั้นได้ ซื้อและโหลดมาจากทวิตเตอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มลับ และสมาชิกที่เข้าไปต้องจ่ายเงินเท่านั้น ถึงจะเข้ากลุ่มแบบวีไอพีได้ ซึ่งมีคลิปที่โหลดมาไว้จำนวนมาก และโหลดมานานแล้ว กระทั่งคนโพสต์และกลุ่มดังกล่าวได้ถูกปิดไป ทางเจ้าหน้าที่ก็เตรียมขยายผลถึงแหล่งที่มาของสื่อลามกอนาจารดังกล่าว ว่าจะเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ด้วยหรือไม่

ทางด้านคดี การครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหา ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อยากจะขอฝากเตือนไปถึงประชาชนว่า การครอบครองสื่อมามกอนาจารเด็กนั้นมีความผิด ส่วนเด็กและเยาวชนก็ไม่ควรหลงเชื่อมิจฉาชีพที่ล่อลวงให้ถ่ายภาพโป๊เปลือยของตนเอง เพราะอาจถูกนำไปเปยแพร่ในโซเชียลมีเดียเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางการค้าได้ ทั้งนี้ ข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการ ICAC ที่ได้เปิดปฏิบัติการ “Save Children Operation” กวาดล้างขบวนการละเมิดเด็กและล่อลวงเด็กออนไลน์ ช่วงโควิด19 ในห้วงเวลา 56 วัน ในพื้นที่ 24 จังหวัด สามารถ จับกุมได้ 53 คดี รวมผู้ต้องหา 47 คน (เป็นคนไทย 45 และต่างประเทศ 2 คน สามารถช่วยเด็กที่ตกเป็นเหยื่อได้เบื้องต้น 100 คน (เด็กชาย 89 คน และเด็กหญิง 11 คน ) โดยเป็นเหยื่อที่แจ้งความไว้แล้ว 40 คน (เด็กชาย 31 คน เด็กหญิง 9 คน) ที่เหลืออยู่ในระหว่างการตรวจสอบอีกจำนวนมาก มีไฟล์สื่อลามกเด็กเข้าไปเกี่ยวข้องมากกว่า 150,000 ไฟล์