วันเสาร์, 28 พฤศจิกายน 2563

(คลิป) สปสช.พัฒนาแอปฯ เพิ่มความสะดวกให้ประชาชน เปลี่ยนหน่วยบริการได้ทางโทรศัพท์มือถือเองได้แล้ว

06 ก.ย. 2020
363

สปสช.พัฒนาแอปฯ เพิ่มความสะดวกให้ประชาชนลงทะเบียนเปลี่ยนหน่วยบริการได้ทางโทรศัพท์มือถือ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปโรงพยาบาลอีก ที่อยู่จริงไม่ตรงกับทะเบียนบ้านก็ทำได้

พ.อ.หญิง พนมวัลย์ บุณยมานพ รองประธานกลุ่มภารกิจบริหารกองทุน และรักษาการผู้อำนวยการสำนักบริหารงานทะเบียน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า สปสช.ได้พัฒนาระบบการลงทะเบียนเปลี่ยนหน่วยบริการประจำผ่านแอปพลิเคชัน สปสช. โดยผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือสิทธิบัตรทอง 30 บาท สามารถลงทะเบียนเปลี่ยนหน่วยบริการทางโทรศัพท์มือถือได้แล้วนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้มากกว่าเดิม

พ.อ.หญิง พนมวัลย์ กล่าวว่า แต่เดิมการลงทะเบียนเปลี่ยนหน่วยบริการ ผู้รับบริการจะต้องเดินทางไปที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ต้องเขียนคำร้องแล้วลงนาม จากนั้นเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลเข้าไประบบอิเล็กทรอนิกส์ของ สปสช. ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 20 นาที แล้วแต่จำนวนคิวของผู้มาลงทะเบียนในช่วงนั้นๆ ยังไม่นับรวมเวลาที่ต้องเดินทางมาจากบ้านอีก ต่อมาก็ได้พัฒนาให้ใช้อ่านข้อมูลจากบัตรประชาชนผ่าน Smart Card Reader แล้วพิมพ์คำร้องออกมาเซ็นชื่อได้เลย รวมถึงอาจสแกนนิ้วหรือใส่ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ทำให้ลดเวลากรอกแบบคำร้องอีก 5-10 นาที แต่ระบบนี้ก็ยังต้องไปที่หน่วยบริการอยู่ดี และในกรณีที่ที่อยู่ปัจจุบันไม่ตรงกับที่อยู่ตามบัตรประชาชนก็จำเป็นจะต้องมีเอกสารต่างๆ เช่น บิลค่าน้ำค่าไฟ สัญญาเช่าที่อยู่หรือคำรับรองของเจ้าบ้านมาประกอบ ซึ่งหากเตรียมเอกสารไม่เรียบร้อยก็ทำให้ไปลงทะเบียนเสียเวลาเปล่า ต้องกลับย้อนกลับมาเอาเอกสารอีก จึงยังมีความไม่สะดวกกับประชาชนพอสมควร

ด้วยเหตุนี้ นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สปสช. จึงมีนโยบายให้ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง นำนวัตกรรมใหม่ๆ มาอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนมากขึ้น ซึ่งจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2559 พบว่าประมาณ 50% ของคนไทยที่อายุมากกว่า 6 ปีขึ้นไปในจำนวน 62.8 ล้านคนซึ่งมีจำนวน 31.7 ล้านคนใช้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน สปสช.จึงพัฒนาการให้บริการเปลี่ยนหน่วยบริการที่ประชาชนไปใช้เป็นประจำผ่านมือถือขึ้น เพื่อที่หากผู้รับบริการต้องการอยากจะเปลี่ยนหน่วยบริการเมื่อไหร่ อยู่ที่ไหนก็สามารถทำได้

สำหรับวิธีใช้งานแอปฯ สปสช.นั้น ก่อนอื่นผู้รับบริการต้องโหลดแอปฯ สปสช จากใน App Store หรือ Google Play Store มาติดตั้งในมือถือก่อน ค้นหาโดยพิมพ์คำว่า “สปสช” เมื่อเข้าไปใช้ ระบบจะให้ยืนยันพิสูจน์ตัวตนด้วยการลงทะเบียนก่อน โดยบันทึกหมายเลข 13 หลักจากบัตรประจำตัวประชาชน/ ชื่อ สกุล /วันเดือนปีเกิด /และตัวอักษร 2 ตัวพิมพ์ใหญ่ภาษาอังกฤษกับเลขหลังบัตรประจำตัวประชาชน 10 หลัก (laser code) พร้อมกับใส่หมายเลขโทรศัพท์ เพื่อรับ one time password (OTP) จากระบบมาลงทะเบียน จากนั้นก็สามารถเข้าไปใช้ปุ่มฟังก์ชันเปลี่ยนหน่วยบริการได้เลย นอกจากนี้หากเข้าไปกดที่ปุ่มฟังก์ชันตรวจสอบสิทธิผู้ใช้บริการสามารถดูได้ว่า ณ ปัจจุบันตัวเองมีหน่วยบริการประจำที่ไหน ถ้าไม่พอใจก็เปลี่ยนโดยคลิกที่ปุ่มฟังก์ชันเปลี่ยนหน่วยบริการ ระบบจะแสดงให้เห็นเฉพาะหน่วยบริการที่อยู่ใกล้บ้านที่รับขึ้นทะเบียนให้ผู้ใช้บริการได้เลือกลงทะเบียน และในกรณีที่อยู่ปัจจุบันไม่ตรงกับทะเบียนบ้าน สามารถถ่ายภาพบิลค่าน้ำค่าไฟหรือหนังสือรับรองของเจ้าบ้านแนบมาระบบได้ จะทำให้สะดวกมากยิ่งขึ้นไม่ต้องไปที่หน่วยบริการ ซึ่งการเปลี่ยนหน่วยบริการสามารถทำได้ 4 ครั้งต่อปี ไม่จำกัดเรื่องความถี่ห่าง ขึ้นกับความสะดวกของประชาชนเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ นอกจากฟังก์ชันเปลี่ยนหน่วยบริการประจำแล้ว แอปฯ สปสช.ยังมีฟังก์ชันการตรวจสอบสิทธิของผู้รับบริการ การตรวจสอบสิทธิของคนในครอบครัว มีโปรแกรมสร้างสุข ซึ่งเป็นโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคของ สปสช.เขต 13 กทม. สำหรับนัดหมายฉีดวัคซีน ตรวจคัดกรองต่างๆ และมีกล่องข้อความสำหรับรับข้อมูลข่าวสารจาก สปสช.อีกด้วย

“ตอนนี้เปิดตัวมาได้ประมาณ 20 กว่าวัน เริ่มเมื่อ 1 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมามีข้อมูลเข้ามาในระบบ 1,000 กว่าราย และมีประมาณ 10% ที่ลองเข้ามาลงทะเบียนแต่ก็กดยกเลิกไป หลังจากนี้ สปสช.จะทำการประชาสัมพันธ์ผ่างช่องทางต่างๆ ทั้งวิทยุ LINE หรือ Facebook มากขึ้น อย่างในเพจของ สปสช. ก็จะมีคลิปวีดีโอที่สอนวิธีในการใช้งานง่ายๆ ไม่เกิน 10-15 นาทีก็ใช้เป็นแล้ว เชื่อว่าแอปฯ นี้จะอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ไม่ต้องไปที่หน่วยบริการ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ลดภาระกับโรงพยาบาล ยิ่งสถานการณ์โควิดตอนนี้ ไปโรงพยาบาลอาจจะเสี่ยงต่อการติดเชื้ออื่นๆ ดังนั้นการทำงานอยู่ที่บ้านก็จะทำให้เราเข้าถึงการตรวจสอบสิทธิ์หรือว่าเปลี่ยนหน่วยบริการได้ ดังนั้นอยากเชิญชวนให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันนี้แล้วลองเข้าไปดู แม้ไม่เปลี่ยนหน่วยบริการก็ยังสามารถดูสิทธิประโยชน์และความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับระบบหลักประกันสุขภาพได้อีกด้วย” พ.อ.หญิง พนมวัลย์ กล่าว

ทั้งนี้ หากประชาชนยังไม่สะดวกใช้งานทางโทรศัพท์มือถือก็ยังสามารถไปติดต่อที่หน่วยบริการได้เช่นเดิม รวมทั้งกรณีคนที่หมดสิทธิจากสิทธิอื่นๆ เช่น สวัสดิการข้าราชการหรือประกันสังคม ที่มีการลงทะเบียนแทนชั่วคราวโดย สปสช.แล้วต้องการกดปุ่มยอมรับหน่วยบริการนั้นๆ หรือกรณีต้องการเปลี่ยนสิทธิย่อยต่างๆ เช่น สิทธิย่อยพระภิกษุสงฆ์ สิทธิย่อยผู้ต้องขัง สิทธิย่อยคนพิการ อันนี้ก็ยังจำเป็นต้องไปติดต่อหน่วยบริการอยู่ แต่ในอนาคต สปสช.จะพัฒนาระบบให้รองรับด้วยเช่นกัน

นวัตกรรมใหม่! ผู้ใช้สิทธิบัตรทองสามารถเปลี่ยนหน่วยบริการ (ย้ายสิทธิ) ด้วยตนเอง ได้แล้วบนมือถือ…เพียงดาวน์โหลดแอป สปสช. เพื่อใช้เปลี่ยนหน่วยบริการ

ดาวน์โหลดฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ทั้งระบบ Android และ iOS

ระบบ Android : https://play.google.com/store/apps/developer?id=National+Health+Security+Office

ระบบ iOS : https://apps.apple.com/us/app/สปสช/id1111681040

สอบถามเพิ่มเติม โทร สายด่วน สปสช. 1330 ให้บริการทุกวันตลอด 24 ชม.

ดูคลิปวีดีโอแนะนำการใช้งาน

เปลี่ยนหน่วยบริการประจำสิทธิบัตรทองบนมือถือ โอ้โห So Easy

เปลี่ยนหน่วยบริการประจำสิทธิบัตรทองบนมือถือ โอ้โห! So Easy! พลิกโฉมนวัตกรรมใหม่ ให้คุณเปลี่ยนหน่วยบริการ "สิทธิบัตรทอง" บนมือถือได้ด้วยตนเอง Yes! โซคูลลลล…. …แค่ดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน สปสช.ดาวน์โหลดฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ทั้งระบบ Android และ iOS ระบบ Android https://play.google.com/store/apps/developer?id=National+Health+Security+Officeระบบ iOS https://apps.apple.com/us/app/สปสช/id1111681040สอบถามเพิ่มเติม โทร สายด่วน สปสช. 1330 ให้บริการทุกวันตลอด 24 ชม. #เปลี่ยนหน่วยบริการ #ย้ายสิทธิบัตรทอง #ย้ายสิทธิทางออนไลน์ #ไม่มีค่าใช้จ่าย #แอปพลิเคชั่น #สปสชที่มา : สำนักประชาสัมพันธ์และสื่อสารสังคม สปสช.

โพสต์โดย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อ วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2020

ศึกษาขั้นตอนการใช้งาน “ลงทะเบียนเปลี่ยนหน่วยบริการ” ด้วยตนเอง

ขั้นตอนและวิธีการเปลี่ยนหน่วยบริการ "สิทธิบัตรทอง" ด้วยตนเอง ผ่านแอปพลิเคชัน สปสช.ดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน…

โพสต์โดย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2020

Cr. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ