วันศุกร์, 2 ตุลาคม 2563

เชียงใหม่ แจ้งเตือนพื้นที่แม่อายเสี่ยงโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร เปิดแอปพลิเคชั่น “DLD 4.0” แจ้งหมูตาย

เชียงใหม่ ออกแจ้งเตือนพื้นที่แม่อาย เสี่ยงโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร อาจมีหมูตายจากพม่าลอยมาตามลำน้ำ หากพบให้แจ้งเจ้าหน้าที่ไปเก็บมาทำลายทันที ห้ามนำไปกินหรือนำขึ้นมา เสี่ยงแพร่ระบาดในพื้นที่ เชียงใหม่ พร้อมเปิดแอปพลิเคชั่น “DLD 4.0” แจ้งหมูตาย และตั้งเจ้าหน้าที่ 238 คนรับแจ้งเหตุ และตรวจฟาร์ม พร้อมกับเขียงหมู 50 แห่งต่อสัปดาห์ พร้อมสั่งห้ามนำเข้าเนื้อหมู ซากหมูจากจังหวัดใกล้เคียง ป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดในพื้นที่

19 ต.ค. 62 : นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งประกาศถึงนายอำเภอแม่อาย หลังจากที่กรมปศุสัตว์ ได้ประสานมาเพื่อให้เฝ้าระวัง เพราะทางรัฐฉานของประเทศพม่า ได้มีหมูตายจำนวนมาก และอาจจะทิ้งลงในแม่น้ำกก และไหลมาบริเวณอำเภอแม่อาย จึงขอให้ทางจังหวัดกำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยทหารตำรวจ และปกครอง ช่วยสอดส่องดูแลเรื่องนี้ หากพบซากหมูลอยน้ำมารีบแจ้ง เจ้าหน้าที่เพื่อเก็บฝังหรือเผาทำลายทันที แม้ว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดในขณะนี้ แต่ก็ต้องมีการแจ้งเตือนก่อน เพราะโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรแม้จะไม่ติดต่อ หรือแพร่เชื้อมาสู่คน แต่หากเกิดขึ้นในสุกร ก็จะทำให้เกิดการล้มตายจำนวนมาก และถ้าแพร่ระบาดในเชียงใหม่ ที่มีหมูกว่า 6 แสนตัว จะได้รับผลกระทบที่ต้องหาสถานที่ขุดหลุมขนาดใหญ่ฝัง และเรื่องของการควบคุมโรค เศรษฐกิจก็จะเสียหายด้วย

นายพงศ์พัฒน์ ขัตพันธุ์ ปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเสริมว่า โรคอหิวาต์แอฟริกาในสกุล เป็นโรคไวรัสที่ระบาดในสุกร หากเกิดโรคจะทำให้ตายเป็นจำนวนมาก ยังไม่มีวัคซีนและวิธีการรักษาที่จำเพาะ เป็นโรคที่ไม่ติดต่อสู่คน สามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมหรือซากได้นานหลายเดือน ประเทศที่มีการระบาด จะมีผลกระทบที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจและสังคม การติดต่อของโรคเกิดจากการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งของสุกรป่วย การหายใจเอาเชื้อเข้าไป การกินอาหารที่มีเชื้อปนเปิ้อน การโดนเห็บที่มีเชื้อกัด อาการของโาค ตายเฉียบพลัน มีไข้สูง ผัวหนังแดง มีจุดเลือดออกหรือรอยช้ำโดยเฉพาะใบหู ท้อง ขาหลัง มีการทางระบบอื่น เช่น การเดินหายใจ ทางเดินอาหาร การแท้งในทุกช่วงของการตั้งท้อง พบทุกกลุ่มและทุกช่วงอายุของสุกร อัตราการป่วย 100 เปอร์เซ็นต์ อัตราการตาย 30 – 100 เปอร์เซ็นต์ในลูกสุกร อัตราตายสูง 80 – 100 เปอร์เซ็นต์ภายใน 14 วัน

จังหวัดเชียงใหม่ มีฟาร์มสุกรขนาดใหญ่ประมาณ 220 ฟาร์ม และฟาร์มขนาดเล็ก รวมถึงการเลี้ยงของชาวบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มชาวเขาบนพื้นที่สูงที่เลี้ยงตามบ้านเรือนอีก รวมแล้วมีประมาณ 15,000 แห่ง แม้จะไม่มีการแพร่ระบาดในพื้นที่แต่ก็มีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพราะมีแนวชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย นอกจากนี้ก็มีการตั้งวอร์รูม ในการเตรียมพร้อมรับมืออหิวาต์แอฟริกาในสุกร ในระดับจังหวัด และระดับอำเภอ มีการซ้อมแผนเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ระดับจังหวัด รูปแบบเฉพาะหน้าที่ มีการเสนอจังหวัดเชียงใหม่ ประกาศเป็นพื้นที่เฝ้าระวังโรคระบาดชนิดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร มีการเข้มวดการเคลื่อนย้ายสัตว์จากจุดเสี่ยงสูงจากเชียงรายเข้าสู่เชียงใหม่ ในพื้นที่รอยต่อระหว่างเชียงราย-เชียงใหม่ มีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดที่ด่านตรวจกิ่วสไตล์ ถนนฝาง-แม่จัน, เขตรอยต่อพื้นที่ถนนในหมู่บ้านระหว่างอำเภอพร้าว จ.เชียงใหม่ กับอำเภอเวียงป่าเป้า จ.เชียงราย, จุดตรวจบนถนนฝาง-แม่สรวย และจุดตรวจโป่งดิน (ทางเข้าเทพเสด็จ) อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่

ส่วนการเฝ้าระวังเชิงรุก ในพื้นที่เชียงใหม่ ได้ออกเก็บตัวอย่างในโรงฆ่าและจุดจำหน่ายเนื้อสัตว์ (เขียง) จำนวน 50 แห่งต่อสัปดาห์ เข้มงวดในการตรวจสัตว์ก่อนการเคลื่อนย้ายสัตว์ทุกครั้ง การควบคุมในฟาร์มให้เจ้าหน้าที่จำนวน 50 นายออกวิเคราะห์ความเสี่ยงรายฟาร์มในพื้นที่ทุกฟาร์ม และมีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังโรครับแจ้งรายงานและหาข่าวในพื้นที่ จำนวน 238 นาย และหากฟาร์มไหนมีสุกรตายจำนวนมากและไม่แจ้ง ก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายด้วย สำหรับเจ้าของฟาร์มหรือประชาชนที่พบเห็นว่ามีสุกรตายจำนวนมาก สามารถแจ้งมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 063-2256888 หรือแจ้งผ่านแอพพลิเคชั่น “DLD 4.0” และฟาร์มไหนมีสุกรตาย ก็ห้ามเคลื่อนย้ายสุกรออกจากฟาร์ม

สำหรับประเทศที่มีการแพร่ระบาดนั้น ก็พบที่ประเทศจีน ได้รับรายงานการเกิดโรค 93 ครั้ง ในพื้นที่ 38 มณฑล 93 เมือง เขตปกครองพิเศษฮ่องกง มีรายงาน 2 ครั้ง ใน 2 เมือง ประเทศมองโกเลีย มีรายงาน 3 ครั้ง ใน 6 เมือง ประเทศเวียดนาม มีรายงาน 23 ครั้ง 49 เมือง ประเทศกัมพูชา มีรายงาน 4 ครั้ง 2 จังหวัด คือ รัตนคีรีและตบูงขมุม ประเทศเกาหลีเหนือ มีรายงาน 1 ครั้ง 1 เมือง ประเทศลาว มีรายงาน 7 ครั้ง ใน 12 เมือง (สาละวัน, เวียงจันทร์, สะหวันนะเขต, พงสาลี, หัวพัน, เชียงขวาง, เซกอง, คำม่วน, อัตตะปือ, หลวงพระบาง และอุดมไซ) ประเทศพม่า มีรายงาน 3 ครั้ง ใน 3 เมือง (รัฐฉาน เมืองลา, เมืองปางเสง และเมืองท่าขี้เหล็ก)