วันอาทิตย์, 17 มกราคม 2564

(คลิป) กองทัพภาค 3 เร่งปราบฝิ่น พบ 4 อำเภอในเชียงใหม่ ยังลักลอบปลูก

Spread the love

กองทัพภาค 3 เร่งปราบฝิ่นในพื้นที่ภาคเหนือ เชียงใหม่ ยังคงพบ 4 อำเภอ อ.เชียงดาว, อ.แม่แตง, อ.เวียงแหง, อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ และในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.ตาก ยังมีพื้นที่ลักลอบปลูก ภาพรวมในปีนี้สถานการณ์ลักลอบปลูกฝิ่นลดลงถึง 69.44% คาดว่ามาจากสภาพอากาศ และต้องไปลักลอบปลูกในพื้นที่ห่างไกลมากขึ้น

 
25 พ.ย. 63 : ที่ห้องประชุมระวังเมือง 1 บก.พล.ร.7 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พล.ต.จรัส ปัญญาดี อำนวยการ โครงการจัดพืชเสพติด กองทัพภาคที่ 3 โดยกองพลทหารราบที่ 7 พร้อม พล.ต.สัจนาท ถปะติวงศ์ ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์ฯ และนายวาทิน ดำรงเลาหพันธ์ ผอ.สพส. ผู้แทน สนง.ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งข้าราชการและทหาร ร่วมประชุมแถลงแผนของศูนย์ปฏิบัติการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด กองทัพภาคที่ 3 โดยกองพลทหารราบที่ 7 (ศอ.กพต.ทภ.3 – พล.ร.7) เพื่อทำให้พื้นที่ ที่มีการลักลอบปลูกฝิ่น และพืชเสพติดชนิดอื่นๆ ในภาคเหนือ มีปริมาณลดลง และหมดสิ้นไปในที่สุด

ในปีนี้ โครงการกำจัดพืชเสพติด กองทัพภาคที่ 3 ได้มอบหมายให้หน่วยในโครงการระดับพื้นที่ได้แก่กองพลทหารราบที่ 4, กองพลทหารราบที่ 7, กองพลทหารม้าที่ 1 และ ฝ่ายทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 3 พิจารณาจัดกำลังพล เข้าดำเนินการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและการตัดทำลายไร่ฝิ่น ในทุกพื้นที่เป้าหมายให้ได้จำนวนมากที่สุด โดยได้มีการเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบและพิสูจน์ทราบอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่เป้าหมายที่ได้มีการกำหนดและแบ่งมอบไว้ให้แล้ว โดยสถาบันสำรวจและติดตามการปลูกพืชเสพติด สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สพส.สำนักงาน ป.ป.ส.) ได้มีการกำหนดพื้นที่เป้าหมาย

สำหรับการดำเนินงานให้ กองทัพภาคที่ 3 เป็นหน่วยรับผิดชอบเข้าดำเนินการ จำนวนทั้งสิ้น 64 พื้นที่เป้าหมาย โดยแบ่งความรับผิดชอบให้หน่วยในโครงการ 4 หน่วย ประกอบด้วย กองพลทหารราบที่ 4/กองกำลังนเรศวร จำนวน 8 พื้นที่ กองพลทหารราบที่ 7 จำนวน 23 พื้นที่ กองพลทหารม้าที่ 1/กองกำลังผาเมือง จำนวน 9 พื้นที่และ และ ฝ่ายทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ที่ปฏิบัติงานตามงานแผนโครงการกำจัดพืชเสพติด กองทัพภาคที่ 3 จำนวน 24 พื้นที่

ทั้งนี้จากข้อมูลการสำรวจและการตัดทำลายไร่ฝิ่นในห้วงที่ผ่านมา คาดว่าพื้นที่ที่มีการลักลอบปลูกฝิ่นในปีนี้จะมีพื้นที่การปลูกลดลงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากการดำเนินมาตรการป้องกันที่เข้มงวดในช่วงก่อนฤดูการปลูกฝิ่น มาตรการปราบปรามกลุ่มนายทุน ผู้สนับสนุนการปลูกฝิ่น รวมถึงการส่งเสริมอาชีพและพัฒนาทางเลือกในพื้นที่ปลูกฝิ่นหนาแน่นอย่างต่อเนื่องและความเจริญที่เริ่มเข้าไปในพื้นที่ทุรกันดารมากขึ้น โดยเฉพาะการสร้างถนนและพัฒนาระบบสาธารณูปโภค อย่างไรก็ตามความต้องการของผู้เสพและราคาฝิ่นดิบในพื้นที่ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การปลูกฝิ่นยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในเขต อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน, อ.เชียงดาว, อ.แม่แตง, อ.เวียงแหง, อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ และ อ.แม่ระมาด อ.ท่าสองยาง จ.ตาก

อย่างไรก็ตามปัจจัยและเงื่อนไขที่เป็นแรงจูงใจเนื่องจากราคาค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ลักลอบปลูกฝิ่นยังคงมีการลักลอบปลูกอยู่ แม้จะถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าดำเนินการตัดทำลายอย่างเข้มข้น แต่ก็มีวิธีการและแนวทางในการพัฒนาต่างๆ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจพบของเจ้าหน้าที่ จึงเชื่อได้ว่าสถานการณ์ในเรื่องราคาและความต้องการใช้ฝิ่นเพื่อเสพยังคงเป็นแรงจูงใจในการลักลอบปลูกฝิ่นอยู่รวมทั้งการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มมากขึ้น

ในปัจจุบันสถาบันสำรวจและติดตามการปลูกพืชเสพติดได้ตรวจพบพื้นที่ที่มีการลักลอบปลูกฝิ่นแล้ว จำนวน 5 พื้นที่ จำนวน 179 แปลง 168.89 ไร่ ได้แก่ พื้นที่ท่าสองยาง จ.ตาก จำนวน 98 แปลง 110.56 ไร่, พื้นที่ดอยผาแดง 50 แปลง 33.83 ไร่ และพื้นที่ห้วยน้ำเย็น 17 แปลง 14.53 ไร่, พื้นที่ดอยนาง -เชียงดาว 13 แปลง 9.17 ไร่ และพื้นที่แปเปอร์นาเกียน-อมก๋อย 3 แปลง 0.80 ไร่ รวมผลการตัดทำลายไร่ฝิ่นทั้งใน และนอกพื้นที่เป้าหมาย และทั้ง 4 หน่วย ในโครงการฯ จำนวน 656 แปลง เนื้อที่ 576.15 ไร่ จากผลการสำรวจของ สพส.สำนักงาน ป.ป.ส. สำรวจพบ จำนวน 636 แปลง เนื้อที่ 567.27 ไร่ ซึ่งกล่าวโดยสรุป คือ พื้นที่ลักลอบปลูกฝิ่น ในปี 2560 มีการลักลอบปลูก จำนวน 1,885.02 ไร่ ในปี 2561 จำนวน 576.15 ไร่ ดังนั้น ในปี 2561 พื้นที่ลักลอบปลูกฝิ่นลดลง 1,308.87 ไร่ คิดเป็น 69.44% ของปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ได้ประเมินสาเหตุและปัจจัยในการปลูกของปีนี้ พบว่า

  1. สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยมีฝนตก เป็นห้วงติดต่อกันระยะยาวกว่าปกติ ทำให้ฝิ่นที่ลักลอบปลูกและหวังเก็บเกี่ยวในเดือน ตุลาคม ถึง เดือนพฤศจิกายน ได้รับความเสียหาย
  2. ความร่วมมือจากราษฎรในพื้นที่ อันเนื่องมาจากภาครัฐ ได้เข้มงวดกวดขันกับ ผู้นำท้องถิ่น และเพิ่มความถี่ในการติดตามเหตุการณ์ในพื้นที่ ตลอดจนการให้ข้อมูลข่าวต่อทางราชการ
  3. การดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ มีการบูรณาการข้อมูลข่าวสาร และร่วมปฏิบัติการตัดทำลายไร่ฝิ่นในพื้นที่ ตลอดจนการลาดตระเวนพื้นที่รับผิดชอบของกำลังป้องกันชายแดน ทำให้ผู้ลักลอบปลูกฝิ่นเกิดความหวาดระแวง ไม่กล้าตัดสินใจที่จะลงทุนลักลอบปลูกซ้ำ
  4. ใช้มาตรการบังคับทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องกับเป้าหมายที่มีฐานข่าว
  5. ดำเนินการในมาตรการเฝ้าระวังและป้องปราม อย่างเข้มงวดจริงจัง ในพื้นที่ลักลอบปลูกฝิ่น หนาแน่น โดยเฉพาะพื้นที่อำเภออมก๋อย อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และ อำเภอท่าสองยาง อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก

ภาครัฐได้เข้าดำเนินการฝึกอบรม และแนะนำการประกอบอาชีพทางการเกษตร ให้กับราษฎรในพื้นที่ ทำให้ราษฎรมีทางเลือกในการทำการเกษตร และให้ความร่วมมือเพิ่มมากขึ้น

เรื่องมาใหม่
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
กองทัพภาคที่ 3 เร่งประชุมหาแนวแก้ไขปัญหาพื้นที่รอยต่อไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ 18 รอยต่อ
แม่แจ่ม ประชุมจัดทำแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงพื้นที่ไร่หมุนเวียน เพื่อเตรียมพร้อมป้องกันปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่
เชียงดาว เร่งทำแนวกันไฟ ป้องกันการลุกลามของไฟป่า ตั้งเป้าลดจุดความร้อนลงร้อยละ 25 ของปีที่ผ่านมา
ปลัดอำเภอฮอดนำกำลังดับไฟป่าในพื้นที่เขตป่าสงวน พื้นที่เสียหายกว่า 7 ไร่
แม่ฮ่องสอน จัดพิธีมอบผ้าห่มกันหนาวพระราชทานแก่ประชาชนผู้ประสบภัยหนาว 2 พันผืน
กองทัพภาค 3 เร่งควบคุมไฟป่าป้องกันหมอกควัน PM 2.5 เชียงใหม่เป็นอันดับ 2 ด้านเชียงดาวเตรียมแผนลาดตระเวนจับกุมผู้ลักลอบเผา