วันอาทิตย์, 7 มิถุนายน 2563

วอนช่วยเหลือหนุ่มแม่แจ่มเสาหลักของครอบครัว สอบติดนายสิบ แต่ฝันสลายถูกรถชนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา

หนุ่มแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ พักการเรียนในมหาวิทยาลัย ออกมาสมัครเป็นทหารเกณฑ์ เพราะอยากสอบเป็นนายสิบหวังเพื่อจะช่วยแบ่งเบาภาระแม่เนื่องจากทางบ้านมีฐานะยากจนเคราะห์ซ้ำ โชคร้ายขณะที่เป็นพลทหารและสอบติดนายสิบแล้ว กำลังจะไปรายงานตัวถูกรถเก๋งขับพุ่งชนอาการสาหัสกะโหลกสมองร้าวและยุบกลายเป็นเจ้าชายนิทรา แม่ต้องไปกู้เงินนอกระบบมารักษา วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ ได้ที่ บัญชี นางภัทรัช วรรณคำ หมายเลขบัญชี 279-2-21664-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขาช้างเผือก เชียงใหม่ หรือติดต่อสอบถามให้ความช่วยเหลือครอบครัวน้องปานได้ที่หมายเลข 093-246-7004 แม่ของน้องปาน

เป็นกิจวัตรประจำวันที่ นาง ภัทรัช วรรณคำ หรือป้าไล อายุ 60 ปี ผู้เป็นแม่จะค่อยดูแลเช็ดตัว เปลี่ยนผ้าอ้อม และทำกายภาพบำบัดให้กับ นาย นิธินันท์ วรรณคำ อายุ 23 ปี หรือ น้องปาน ลูกชายที่นอนป่วยเป็นเจ้าชายนิทราอยู่บนเตียงภายในห้องนอนของบ้านพัก ในหมู่บ้านกลางโต้ง ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่หลังจากเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2560 เวลาประมาณเที่ยงคืนน้องปานถูกรถเบนซ์ขับพุ่งชน บริเวณถนนหน้าสวนสุขภาพมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จนสลบคาที่สมองได้รับการกระทบกระเทือนแพทย์ต้องผ่าตัดถึงสองครั้ง

นางภัทรัช ผู้เป็นแม่เล่าว่า น้องปานเป็นเด็กดีเป็นความหวังของครอบครัวหลังจากเรียนจบ ชั้นม.ปลายได้สอบติดคณะวิศวไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา แต่เรียนได้เพียงสองปี ต้องพักการเรียนไว้ เพื่อจะออกมาทำงานช่วยแม่หาเงิน เพราะทางบ้านมีฐานะยากจน และเมื่อเขาเปิดสอบนักเรียนพลตำรวจที่จังหวัดลำปาง น้องปานได้เดินทางไปสอบติดอันดับที่ 14 แต่ทดสอบสายตาๆบอดสี จึงไม่ติด ต่อมามีการคัดเลือกทหารเกณฑ์ น้องปานจึงได้สมัครเข้าไปเป็นเพื่อที่จะปูทางไว้สอบนายสิบ และได้เข้าไปเป็นทหารเกณฑ์ที่ค่ายกาวิละ

กระทั่งเปิดสอบนายสิบ น้องปานจึงได้เข้าสอบและสอบติดเตรียมจะไปรายงานตัวในเดือนพฤศจิกายน 2560 แต่ก็มาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน ซึ่งก่อนหน้าที่น้องปานจะประสบอุบัติเหตุน้องปานโทรมาหาตนและพูดว่ามาแม่ปานใกล้จะปลดจากการเป็นทหารเกณฑ์แล้วจะได้ไปเรียนนายสิบจบออกมาจะได้ช่วยแม่ทำงานหาเงินใช้หนี้ที่ไปกู้ยืมมาส่งเสียปานเรียน แต่น้องก็ไม่สามารถทำตามความฝันได้โชคร้ายมาประสบอุบัติเหตุก่อน แม่ต้องพาน้องปานไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่โดยใช้สิทธิสามสิบบาทรักษาทุกโรค จนแพทย์ให้น้องปานย้ายมาพักรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลค่ายกาวิละใช้สิทธิ์พลทหาร

พอถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2561 น้องปานปลดประจำการทางแพทย์จึงอนุญาตให้นำตัวกลับพักรักษาต่อที่บ้าน ทำให้ทุกวันนี้ทั้งผู้เป็นแม่และน้องปานต่างรับความลำบากเนื่องจากทุกๆเดือนแพทย์จะต้องนัดน้องปานมาดูอาการ บางเดือนต้องพบแพทย์ถึงสองครั้ง ทำให้แม่ต้องไปกู้ยืมเงินกลุ่มแม่บ้าน เงินกองทุนและเงินนอกระบบมาเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาน้อง รวมไปถึงค่ายา ค่าอาหารเสริมที่ให้อาหารท้องช่องท้อง ค่าผ้าขนหนูที่ต้องตัวน้องปานเนื่องจากแพ้แพมเพริสถ้าใส่นานๆ จะทำให้ผื่นขึ้นและอาจเป็นแผลกดทับ

จากเดิมที่นางภัทรัช มีอาชีพเป็นหมอนวดแผนโบราณ หลังน้องป่วยเป็นเจ้าชายนิทรา เธอก็ไม่สามารถออกไปรับจ้างนวดได้เพราะต้องค่อยดูแลบุตรชายอย่างใกล้ชิดเนื่องจากต้องค่อยดูดเสมหะที่ติดคอ และค่อยดูอาการชักเกร็งถ้าหากมีอาการร้อนจัดเนื่องจากเซลล์สมองตายมีเงินรายได้จากเบี้ยคนพิการของปานเดือนละ 800 บาทเท่านั้น ที่ผ่านมาได้ยื่นเรื่อขอเงินสงเคราะห์ไปที่ พม. จังหวัดเชียงใหม่สองเดือนกว่าแล้วแต่เรื่องยังเงียบ

แม่น้องปาน เล่าเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้อากาศที่ร้อนอบอ้าวน้องปานมักจะมีอาการชักเกรงและมีเหงื่อออกเสี่ยงต่อการเป็นแผลกดทับ ทำให้แม่ต้องหาเงินมาติดแอร์และเปิดไว้ตลอดเวลาเพื่อให้น้องปานมีอาการดีขึ้น ทุกวันนี้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการไปหาหมอในตัวเมืองเชียงใหม่ค่ารถไปกลับครั้งละ สองพันกว่าบาท มีเพื่อนบ้านและญาติพี่น้องพากันเรี่ยไรบริจาคให้เพราะสงสารน้องปาน นอกจากนี้ยังได้เงิน

ดังนั้นนางภัทรัช จึงขอวอนผู้ใจบุญช่วยเหลือน้องปานด้วยเพราะเธอเชื่อว่าหากมีเงินและได้รับการรักษาที่ดีใกล้ชิดแพทย์ตลอดน้องปานอาจมีโอกาสหายเป็นปกติเนื่องจากเวลาเธอพูดกับลูกชายน้องยังมีอาการตอบสนองน้ำตาไหลเหมือนรับรู้สิ่งที่แม่กำลังพูดอยู่สำหรับผู้ใจบุญท่านใดต้องการช่วยเหลือน้องปาน สามารถบริจาคเงินช่วยเหลือน้องได้ที่ บัญชี นางภัทรัช วรรณคำ หมายเลขบัญชี 279-2-21664-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขาช้างเผือก เชียงใหม่หรือติดต่อสอบถามให้ความช่วยเหลือครอบครัวน้องปานได้ที่หมายเลข 093-246-7004 แม่ของน้องปาน